ี่จัดการให้เอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นหลีเต้าก็ประสานมือคำนับโดยไม่พูดอะไร ฮ่องเต้จึงถือว่าเขายอมรับแล้ว และเริ่มพิจารณาอย่างจริงจัง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งฮ่องเต้ก็เงยหน้าขึ้นพูดว่า “เจ้าได้รับการแต่งตั้งบรรดาศักดิ์ให้เป็น ‘อู่อันป๋อ’ เมื่อสามปีก่อน แต่วันนี้ด้วยความดีความชอบของเจ้าในชนเผ่าเป่ยหมาน ณ ตอนนั้น แม้แต่ตำแหน่งป๋อก็ยังไม่เพียงพอที่จะเทียบเท่ากับความดีความชอบของเจ้า บัดนี้เจ้าบริหารปกครองดินแดนทางใต้ได้เป็นอย่างดีตลอดสามปีมานี้ ถ้าเรายังกดความดีความชอบของเจ้าไว้ก็น่าละอายแล้ว ดังนั้นตำแหน่งป๋อคงไม่เพียงพอแน่ ถ้าเช่นนั้น…”
จากนั้นฮ่องเต้ได้เอ่ยขึ้นมาหลังจากตัดสินในใจได้แล้ว “อู่อันป๋อหลีเต้า จงรับราชโองการ”
หลีเต้าประสานมือคำนับ “พะยะค่ะ”
“สามปีก่อนเจ้าได้ขยายดินแดนให้ต้าเฉียน สั่งสมความดีความชอบมากมาย สามปีให้หลังก็ได้รับความดีความชอบจากการปกครองดินแดนทางใต้ สมควรได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่ เราขอแต่งตั้งให้เจ้าถือครองบรรดาศักดิ์กง ขั้นสามแห่งต้าเฉียน ชื่อตำแหน่งยังคงเดิม”
เมื่อคำพูดของฮ่องเต้จบลง สีหน้าของทุกคนก็พลันเปลี่ยนไปทันที หลายคนมองไปที่ฮ่องเต้ด้วยสีหน้าอยากพูดบางสิ่งบางอย่าง แต่ก็หยุดเอาไว้หลังจากที่ถูกฮ่องเต้มองด้วยสายตาดุดัน พวกเขาก็ดันปิดปากเงียบกันไปทีละคน ทำได้เพียงแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา คันที่จริงแล้วควรจะเป็นทั้งความชื่นชม อิจฉา และเกลียดชัง แต่เมื