ยังไม่ฟื้นคืน ก็เป็นผู้ที่ได้รับความโชคดีทั้งหมดไป ส่วนตัวเขาเองกลับได้รับแต่ความทุกข์
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา รอให้เขามีความมั่นใจเต็มที่เสียก่อน ถึงตอนนั้นค่อยเปิดเผยตัวตนก็ยังไม่สาย แม้ว่าจิตใจของหลีเต้าจะสงบนิ่งขึ้นมากแล้ว แต่เขาก็ยังคงตั้งตารอวันที่ตัวเองจะ ‘ฟื้นคืนชีพ’ ต่อหน้าฮ่องเต้ อีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาอย่างไร เขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
แม้ความคิดข้างต้นในห้วงความคิดของหลีเต้าจะดูเหมือนผ่านไปนานแล้ว แต่ในความเป็นจริงกลับผ่านไปเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
เมื่อเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ หลีเต้าก็ประสานมือคำนับและกล่าวว่า “ขอถวายบังคมฝ่าบาท ข้าหลีเต้า”
“ไม่ต้องมากพิธี” ฮ่องเต้หลุดออกจากห้วงความคิดก่อนหน้า มองสำรวจหลีเต้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้ง นอกจากชื่อแล้วยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกพอใจ ยังคงเป็นความคิดเดิม หลีเต้าคือคนมีความสามารถที่เขาเลือกมา ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์หรือความสามารถล้วนแต่ตรงกับมาตรฐานคนมีความสามารถในใจเขาแล้ว จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไร
หลังจากนั้นจึงถามว่า “อู่อันป๋อ เจ้ามีอายุเท่าไรแล้วแล่ว”
“ยี่สิบสามปีพะยะค่ะ”
“ยี่สิบสามปี?” ฮ่องเต้ตบมือหนึ่งที “ดี! สมกับเป็นอัจฉริยะวัยเยาว์ ถ้าอู่อันป๋อไม่ได้อยู่ในกองทัพแต่อยู่ในยุทธภพ คาดว่าบนทำเนียบอัจฉริยะคงมีชื่อของเจ้าแน่นอน”
อาจเป็นเพราะเหตุผลที่ ‘พบกันครั้งแรก’ หรืออาจเป็นเพราะมีความสนใจในตัวหลีเต้ามากจริงๆ ทั้งสองคนจึงสนทนาถามตอบก