อ ส่วนหลีเต้าเองก็ตามใจจิ่วเอ๋อร์ ไม่เคยปฏิเสธคำขอของนาง ในขณะเดียวกันจิ่วเอ๋อร์ก็กระตือรือร้นอย่างยิ่ง นอกจากจะทำให้ตัวเองพอใจแล้วยังชวนหลิวซิ่วเอ๋อร์กับเหมียวเมียวซินอีกด้วย ทั้งสองคนและจิ่วเอ๋อร์ได้ใช้เวลาร่วมกันจนมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกันมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ยามอยู่กันตามลำพังก็ไม่ปฏิเสธเพียงแต่พูดน้อยเท่านั้น แต่จิ่วเอ๋อร์จะไม่ทอดทิ้งใครเพราะเรื่องเหล่านี้ และอาจเป็นเพราะซื้อของมาตลอดทั้งทาง ไม่นานในอ้อมแขนของจิ่วเอ๋อร์ก็มีของมากมายเพิ่มขึ้น เมื่อเดินมาถึงทางแยกของถนนสายยาว จิ่วเอ๋อร์ก็มองไปที่หลีเต้าด้วยสายตาน่าสงสาร
เมื่อเห็นเช่นนั้นหลีเต้าจึงมองไปรอบๆ จากนั้นสายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่อาคารขนาดเล็กที่มีลักษณะพิเศษแห่งหนึ่ง เขายื่นมือไปเคาะศีรษะของจิ่วเอ๋อร์เบาๆ “เอาละ พวกเราไปพักผ่อนที่โรงละครกันเถอะ”
“คุณชาย โรงละครที่ท่านพูดถึงนั้นเป็นที่สุจริตหรือไม่” ทันใดนั้นหลีเต้าพลันนึกถึงเรื่องราวต่างๆ ที่ตนเองเคยทำก่อนที่ความทรงจำจะกลับคืนมา ในตอนนั้นโรงละครที่เขาไปส่วนใหญ่เป็นสีชมพู [1] ไม่นานเขาก็โยนความทรงจำเหล่านั้นทิ้งไปทั้งหมดแล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ก็แค่ดื่มชาดูละครเท่านั้น อย่าคิดมากไป”
“คิกคิก!”
ไม่นานนักคณะสี่คนก็มาถึงโรงละครที่หลีเต้าเคยเห็นก่อนหน้านี้ ตามคำชักชวนของเสี่ยวเอ้อร์ประจำร้าน พวกเขาเลือกนั่งลงในตำแหน่งที่ดี เมื่อจานขนมถูกจัดวางบนโต๊ะแล้ว จิ่วเอ๋อร์ก