เวลาครึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว การเดินทางจากดินแดนทางใต้มายังเมืองหลวงใช้เวลาประมาณครึ่งเดือนพอดี
ที่นอกเมืองหลวง ณ ลานโล่งแห่งหนึ่ง หลี่เตามองดูทหารกองทัพหมาป่าผู่ถูห้าร้อยนายเบื้องหน้า ก่อนจะออกคำสั่ง
“เสวี่ยปิง จางเมิ่ง”
“ขอรับ!”
“ต่อไปพวกเจ้าจงตั้งค่ายพักที่นี่ชั่วคราว”
ในเมืองหลวงนั้น การนำกองทัพเข้าเมืองเป็นสิ่งต้องห้าม ทหารที่มีจำนวนเกินห้าสิบนายขึ้นไปต้องตั้งค่ายพักชั่วคราวนอกเมือง หากไม่มีคำสั่งจากราชสำนักก็ห้ามเข้าเมืองเป็นอันขาด
จางเมิ่งและเสวี่ยปิงสบตากันแล้วพยักหน้า จากนั้นหลี่เตาก็มองไปยังหยางเหยียนที่อยู่ด้านข้าง
“หยางเหยียน เจ้าจงเข้าเมืองกับข้า เชื่อว่าไม่ได้พบกันนานขนาดนี้ ท่านหยางคงจะอยากพบเจ้า”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สิ่งแรกที่หยางเหยียนรู้สึกกลับไม่ใช่การโหยหากลับบ้าน แต่เป็นความรู้สึกสงสัย แต่พอนึกถึงว่าตนเองไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว เขาก็พยักหน้าอย่างหนักแน่น
ส่วนพวกจิวเอ๋อร์ทั้งสามคนนั้นก็ย่อมต้องติดตามเขาไปด้วย หลังจากจัดการคนที่เหลือเรียบร้อยแล้ว หยางเหยียนจึงขี่ม้า ส่วนหลี่เตาก็เปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาแล้วขับรถม้าทั้งห้าคันค่อยๆ มุ่งหน้าไปยังเมืองหลวง
ไม่นานหลังจากนั้น ประตูเมืองหลวงอันสูงตระหง่านก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทุกคน หลี่เตามองดูแวบหนึ่งในใจก็อดที่จะรู้สึกปั่นปวนไม่ได้ นับตั้งแตครั้งสุดท้ายที่เขาเข้าเมืองหลวงก็ผ่านมาเกือบสามปีแล้ว ตอนนั้นหลี่เตาเพิ่งจะปีน