ผู้ว่าการ ข้าก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้”
ในขณะที่ทั้งสามคนกำลังจะพูดอะไรต่อ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านนอก
“รองเจ้าเมืองโจว หากพวกเขาต้องการดูก็ให้พวกเขาดูเถิด”
เมื่อเห็นหลี่เตาเดินเข้ามา โจวเชิงก็ประสานมือคำนับและกล่าวว่า
“ขอรับ”
พูดจบเขาก็ไม่แม้แต่จะมองทั้งสามคน หมุนตัวเดินออกไปทันที
ทั้งสามคนสังเกตเห็นผู้มาใหม่ พวกเขาจึงพินิจมองหลี่เตาตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ท่านคือ…”
“หลี่เตา”
เมื่อพูดจบ เขาก็มองไปยังทั้งสามคนและถามว่า
“ไม่ทราบว่าทั้งสามท่านคือ?”
“หลิวหง จากกรมขุนนาง”
“เจิงกวง จากกรมการคลัง”
“ฮัวอวิ๋น จากกรมทหาร”
เมื่อเห็นสีหน้าไม่เป็นมิตรของทั้งสามคน หลี่เตาก็กระยิ้มน้อยๆ กล่าวว่า
“ไม่ทราบว่าทั้งสามท่านดำรงตำแหน่งขั้นใด? และมีบรรดาศักดิ์ระดับไหน?”
หลิวหงขมวดคิ้วกล่าวว่า
“พวกเราทั้งสามล้วนเป็นขุนนางขั้นสี่ ส่วนบรรดาศักดิ์นั้นยังมิได้รับพระราชทานจากฝ่าบาท ไม่ทราบว่าถามเช่นนี้มีความหมายใด?”
ยังไม่ทันที่หลี่เตาจะเอ่ยปาก เสวี่ยปิงที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยเยาะเย้ยว่า
“นายท่านของข้าได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อู่ฮั่นป๋อจากฝ่าบาทโดยตรง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการมณฑล ดูตามการจัดลำดับขั้นแล้วย่อมเป็นขุนนางขั้นหนึ่ง”
“พวกเจ้าทั้งสามเป็นเพียงขุนนางขั้นสี่เท่านั้น อีกทั้งไม่มีบรรดาศักดิ์ เหตุใดเมื่อพบนายท่านของข้าแล้วกลับไม่คำนับ? ช่างไม่เคารพธรรมเนียม หรือว่าทั้งสามท่านไม่เคยเรียนรู้มารยาทกัน