หลังจากเล่าเรื่อง ‘ชายผู้เร่ร่อน’ จนจบ เถี่ยซานเหนียงก็เล่าต่อว่าเขาช่วยชีวิตนางไว้อย่างไร และสุดท้ายก็เล่าถึงวิธีที่นางตามหาเขาด้วย
เมื่อคุยมาถึงตรงนี้เถี่ยซานเหนียงก็เงยหน้าขึ้นพลางยิ้มกล่าวว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าสุดท้ายเขาไปที่ใด?”
“ใช่นักดาบพเนจรหรอกหรือ?”
เถี่ยซานเหนียงส่ายหน้าก่อนจะกล่าวว่า “สุดท้ายเขาไปเป็นทหารทางเหนือ แล้วเจ้าต้องคาดเดาไม่ได้แน่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาหลังจากไปทางเหนือ”
“หืม?”
หลังจากนั้นเถี่ยซานเหนียงก็เล่าถึงเรื่องราวเกี่ยวกับหลี่เต้าที่นางรู้มาอย่างละเอียด
จากอวิ๋นโจวถึงแดนใต้ นางเล่าทุกอย่างครบถ้วนยกเว้นเรื่องพลังความสามารถของหลี่เต้า
“เวลาเพียงแค่ปีแก่วันเขาก็ได้เป็นผู้ว่าการดินแดนทางใต้แล้วหรือ?”
ด้วยชาติกำเนิดที่เป็นราชวงศ์ องค์หญิงหมิงเยว่จึงเข้าใจถึงคุณค่าของตำแหน่งผู้ว่าการได้ดีกว่าคนส่วนใหญ่ หากกล่าวโดยง่ายก็คือ ผู้ที่สามารถดำรงตำแหน่งผู้ว่าการได้นั้น สถานะและฐานะของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพวกองค์หญิงองค์ชายอย่างพวกนางเท่าไรแล้ว
แม้แต่พวกนางเองก็ต้องให้ความเคารพเขา และคนแบบนี้ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งปีก็สามารถเลื่อนขั้นจากทหารเล็กมาจนถึงระดับนี้ได้ เมื่อนึกถึงชื่อของคนสองคนทีเหมือนกัน คนหนึ่งเป็นคุณชายเสเพลส่วนอีกคนคือสามัญชนที่ต่อสู้ฟันฝ่าจนได้กลายเป็นอัจฉริยะ ทันใดนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็นึกขึ้นมาได้ “ถ้าในตอนนั้นคนผู้นั้นเป็นอย่างคนที่สอง เขาจะไม่ตายใช่หรื