อไม่”
แต่ไม่นานนักนางก็ขับไล่ความคิดนี้ออกไปจากหัว
คนผู้นั้นตายไปแล้ว แต่ถึงยังไม่ตายแล้วจะเป็นอย่างไร
หลังจากนั้นจนกระทั่งฟ้าเริ่มมืด เถี่ยซานเหนียงถึงได้ลุกขึ้นบอกลาแล้วจากไป
“สหายของเจ้าคนนี้คงจะแอบชอบชายหนุ่มที่ชื่อหลี่เต้าคนนั้นแล้วกระมัง”
หลังเถี่ยซานเหนียงจากไป เสียงของจีหมิงเยว่ก็พลันดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
องค์หญิงหมิงเยว่มองตามเงาร่างของเถี่ยซานเหนียงจนหายลับไป นางไม่ใช่คนโง่ เมื่อครู่ตอนที่เถี่ยซานเหนียงพูดถึงเขา นางสามารถได้ยินถึงความตื่นเต้นในคำพูดเหล่านั้นได้ไม่ยาก “ชอบแล้วจะเป็นอย่างไร ก็เหมือนกับข้าในตอนนั้นนั่นแหละ
“ในตอนนั้นหากหลี่เต้าไม่บุกเข้าวังหลวงและทำลายความบริสุทธิ์ของนางที่งานเลี้ยงยามค่ำคืนครั้งนั้น คงจะมีผู้คนนับไม่ถ้วนมาสู่ขอนางกับฮ่องเต้
“แม้ว่าฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาจะรักและเอ็นดูนางมากเพียงใด แต่ก็ช่วยประวิงเวลาให้นางได้อีกแค่สองสามปี สุดท้ายแล้วพระองค์ก็จะต้องเลือกคู่ครองให้นาง ผลลัพธ์สุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรจากสตรีส่วนใหญ่ทั่วไป จริงสิ”
ทันใดนั้นองค์หญิงหมิงเยว่ก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามในห้วงความคิด “ตอนนี้วิชาของข้าได้บรรลุถึงระดับเซียนเทียนแล้ว เจ้าจะถ่ายทอดวิชาขั้นต่อไปให้ข้าเมื่อใด”
ต่อมาในห้วงความคิดของนางก็ปรากฏตัวอักษรชุดหนึ่ง
พร้อมกันนั้นเสียงของจีหมิงเยว่ก็ดังขึ้นตามมาด้วย “เวลาสองปีเก่า เจ้าควรจะบรรลุถึงระดับปรมาจารย์ให้ได้ มิเช่นนั้นเมื่อถึงเว