ด้หรือไม่?”
“ย่อมได้อยู่แล้ว” ฉูจ้าวตอบมาตามตรง “หากพูดตามขั้นการบำเพ็ญแบบดั้งเดิม ตอนแรกระดับของข้าน่าจะอยู่ที่ระดับมหาราชาปรมาจารย์ขั้นสูงสุด
“แต่ก่อนหน้านี้ คำพูดของท่านผู้ว่าการหลี่ได้ทำให้ข้ารู้แจ้ง จนบัดนี้ข้าได้ก้าวเท้าหนึ่งเข้าสู่ระดับเทพมนุษย์แล้ว
“และการอำลาในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะเตรียมตัวบรรลุเข้าสู่ระดับเทพมนุษย์อย่างแท้จริง”
หลังจากฟังคำพูดของฉูจ้าวจบ หลี่เต้าก็มองสำรวจชายชราธรรมดาที่ดูไม่มีอะไรพิเศษผู้นี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า
เขาไมอาจเชื่อมโยงชายคนนี้กับผู้ที่อยู่ในระดับมหาราชาปรมาจารย์ขั้นสูงสุดได้เลย
หลี่เต้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า คำพูดเพียงประโยคเดียวของเขาจะทำให้ผู้บำเพ็ญระดับมหาราชาปรมาจารย์ขั้นสูงสุดได้เห็นแนวทางขึ้นสู่ระดับเทพมนุษย์
ทันใดนั้นฉูจ้าวก็เอ่ยขึ้นว่า “อันที่จริงแล้ว สำหรับสิ่งที่เรียกว่าขั้นการบำเพ็ญนั้น ข้าไม่ได้ใส่ใจมันเลย
“ข้าเพียงแค่ต้องการศึกษาวิถีแห่งมนุษย์อย่างจริงจัง สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงผลพลอยได้จากการบรรลุธรรมและการบำเพ็ญเท่านั้น”
หลี่เต้า…
ในตอนนั้นเองฉูจ้าวก็สงสัยขึ้นมา “จริงๆ แล้ว ข้าเองยังคิดไม่ออกว่า ผู้มีความสามารถที่ก่อตั้งสำนักขงจื๊อในตอนแรกนั้นคิดอย่างไร”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ตามหลักการแล้ว ผู้ที่สามารถสร้างสำนักขงจื๊อขึ้นมาได้ ก็ควรจะเป็นผู้มีความสามารถที่หลุดพ้นจากโลกียวิสัยแล้ว ควรจะมองทุกสิ่งด้วยใจสงบนิ่ง แต่ข้ากลับไม่เข้าใจว่า เหต