้ายของแคว้น”
“วันนี้ข้าได้มาถึงเทียนหนาน และพบว่าเมืองเทียนหนานเองก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน แย่ยิ่งกว่าประชาชนในเมืองหลวงเสียอีก พวกเขาถึงกับเอาการฆ่าคนมาเป็นความสนุกสนาน ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย ไม่เคารพตนเอง ระหว่างคนกับคนยิ่งพูดจาไร้มารยาท ไม่มีคุณธรรมให้พูดถึงเลย”
“ดังนั้นข้าจึงคิดว่า วิถีการปกครองราษฎรควรเริ่มจากการเปิดสติปัญญาของประชาชนเป็นอันดับแรก น่าเสียดายที่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่รู้แต่การประจบสอพลอผู้มีอำนาจ แต่ไม่รู้จักประชาชนที่อยู่ใต้ปกครอง”
“ยุครุ่งเรืองเช่นนี้ช่างจอมปลอมและเสแสร้งเหลือเกิน”
หลังจากฟังคำพูดของชุยจื๋อจบ ยังไม่ทันที่หลี่เต้าจะเอ่ยปากพูดอะไรผู้คนจากสำนักเหวินหัวก็พากันปรบมือชื่นชมเสียงดัง
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ ชุยจื๋อก็ดูเหมือนจะพอใจกับการแสดงออกของตนเองมากจึงกล่าวอย่างมั่นใจว่า “ท่านผู้ว่าการ วิถีการปกครองราษฎรของข้ามีเหตุผลหรือไม่”
หลี่เต้าพยักหน้า “มี มีเหตุผลมาก ทุกคำล้วนมีเหตุผล”
ขณะที่ชุยจื๋อกำลังจะแสดงสีหน้าภาคภูมิใจนั้น เสียงของหลี่เต้าก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง
“ทว่าน่าเสียดาย แม้จะมีเหตุผลแต่ก็ดูเลื่อนลอยเกินไปหน่อย”
“ท่านว่าอะไรนะ?”
“ข้าบอกว่ามันเลื่อนลอย ยิ่งใหญ่ และว่างเปล่าเกินไป”
ใบหน้าของชุยจื๋อแดงก่ำ “เหตุใดท่านจึงพูดเช่นนั้น”
หลี่เต้ายิ้มบางๆ “ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามเจ้าด้วยคำถามพื้นฐานที่สุดได้หรือไม่?”
“เจ้าพูดถึงวิถีการปกครองราษฎร แต่เจ้ารู้หรือไ