ม่ว่าราษฎรคืออะไร?”
“ราษฎร?” เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ชุยจื๋อก็ชะงักไปทันที
จากนั้น หลี่เต้าก็ถามต่อว่า “แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าราษฎรต้องการอะไร? วิถีการปกครองราษฎรของเจ้าทำให้พวกเขายอมรับได้อย่างไร? เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าความคิดของเจ้าคือความคิดของราษฎร?”
“และเจ้าพูดถึงการเปิดสติปัญญาของราษฎร แล้วจะเปิดได้อย่างไร?”
เมื่อได้ยินสองคำถามแรก ชุยจื๋อพูดไม่ออก แต่เมื่อเขาได้ยินคำถามที่สาม ดวงตาก็พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันทีเขารีบตอบทันใด “การเปิดสติปัญญาของราษฎร ย่อมต้องเชิญอาจารย์มาสอนพวกเขาให้อ่านออกเขียนได้ เมื่อรู้มากขึ้นปัญญาก็จะเปิดได้เอง”
หลี่เต้าหัวเราะแล้วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าในใต้หล้าอันกว้างใหญ่ ราษฎรมากมายเช่นนี้ต้องใช้อาจารย์มากเท่าใด?”
“แล้วเจ้าจะทำอย่างไรกับคนที่ไม่เห็นด้วยในการยอมรับความคิดของเจ้า?”
“แล้วจะสามารถเอาความรู้ออกมาจากตระกูลขุนนางได้อย่างไร โดยที่พวกเขาไม่ขัดขวางเจ้า?”
“นอกจากนี้ เจ้าเข้าใจหรือไม่ว่า ‘ทำให้ทุกคนเป็นดังมังกร’ เช่นที่เจ้าพูดไว้นั้น ยังต้องมีเงื่อนไขสำคัญอีกประการหนึ่ง?”
ชุยจื๋อถามโดยไม่รู้ตัว “เงื่อนไขอะไรหรือ?”
“หากต้องการให้ทุกคนเป็นดังมังกร เจ้าต้องทำให้ทุกคนเท่าเทียมกันเสียก่อน”
พอพูดถึงตรงนี้ หลี่เต้าก็เงยหน้าขึ้นกล่าว “ขุนนาง ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า และคนต่ำช้ารวมถึงฮองเต้ ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน เจ้าจะทำได้อย่างไร? และมีความเป็