นไปได้หรือไม่? อีกทั้งเจ้ากล้าทำหรือไม่?”
“ข้า…”
เมื่อมาถึงตรงนี้ ชุยจื๋อก็พูดไม่ออกแล้ว เขาไม่ใช่คนโง่เขลาแต่เป็นคนเฉลียวฉลาดจากคำถามของหลี่เต้า เขาพบว่าความคิดของตนเองนั้นสวยงามแต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง
ในที่สุด ชุยจื๋อก็พูดด้วยสายตาวางเปล่า “หรือว่าความคิดทั้งหมดของข้าล้วนเป็นเพียงความเพ้อฝัน? ไม่มีทางเป็นจริงได้เลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็ยกมือขึ้นตบไหล่ของชุยจื๋อ “อันที่จริงแล้วก็เป็นไปได้”
“หืม?” ชุยจื๋อเบิกตากว้าง “ทำอย่างไร?”
หลี่เต้าตอบ “เพียงแค่เจ้ากลายเป็นคนที่เก่งกาจที่สุดในโลก ทุกคนในโลกนี้ก็จะเป็นไปตามความคิดของเจ้าทั้งหมด”
“…” ชุยจื๋อ
ทันใดนั้น ชุยจื๋อก็ได้สติกลับมา จึงย้อนถามว่า “ท่านผู้ว่าการ ท่านยังไม่ได้บอกวิธีการปกครองราษฎรของท่านเลย”
“ของข้าหรือ?” หลี่เต้ากล่าวอย่างตรงไปตรงมา “วิธีการปกครองราษฎรของข้าก็คือ ให้พวกเขาได้กินอิ่มนุ่งอุ่นก็เพียงพอแล้ว”
“ง่ายเช่นนั้นหรือ?”
“ง่ายหรือ?” ชุยจื๋อชะงักไป
หลี่เต้ามองไปยังคนที่เหลือ ก่อนจะกล่าวอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า “แต่ละยุคสมัยย่อมมีวิธีการปกครองราษฎรของยุคสมัยนั้น”
“แคว้นมีประชาชนเป็นรากฐาน และประชาชนก็ดำรงอยู่ได้ด้วยอาหาร”
“เมื่อพวกเขากินอิ่มนุ่งอุ่นแล้ว ก็จะสามารถปกครองตนเองได้ หากแม้แต่การกินอิ่มนอนอุ่นยังเป็นปัญหา แล้วจะพูดถึงการปกครองราษฎรได้อย่างไร?”
คำพูดนี้ทำให้ผู้คนจากสำนักเหวินหัวเงียบกริบ
สุด