หญ่โตได้นั้นพวกเขาย่อมไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของการต้องเห็นคนตายมากมายเช่นนี้ทุกวันได้
“คนเชือด” มีคนพึมพำเบาๆ อย่างอดไม่ได้
“คนเชือด?” เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลี่เต้าก็ยิ้มน้อยๆ ให้กับคนที่พูด “พูดได้ไม่ผิด แต่คนเชือดก็ยังฆ่าคนไม่มากเท่าข้า”
กลุ่มคนที่กล้าเถียงแม้แต่ฮองเต้ในเมืองหลวง บัดนี้หลังจากได้เห็นสายตาเย็นชาของหลี่เต้าแล้ว ไม่รู้เพราะเหตุใดพวกเขาจึงพูดอะไรไม่ออกสักคำ
ทุกครั้งที่คิดจะอ้าปากพูด พวกเขาล้วนรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ ราวกับมีดาบล่องหนเล่มหนึ่งจ่ออยู่ตรงนั้น พร้อมจะฟันลงมาได้ทุกเมื่อ
“เอาละ แค่ล้อเล่นนิดหน่อย” จนกระทั่งเมื่อหลี่เต้ายิ้มออกมา บรรยากาศจึงได้ผ่อนคลายลงเล็กน้อย
“แต่ว่า…” หลี่เต้ากล่าวต่อทันที “แต่ว่าพวกเจ้าควรปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เสียก่อน เพราะสักวันหนึ่ง พวกเจ้าอาจจะได้ยืนอยู่บนเวทีสูงนั้นเช่นกัน”
กลุ่มคนจากสำนักเหวินหัว: “???”
“ข้าหมายถึงคนที่ออกคำสั่ง”
“แน่นอนว่าอาจจะมีบางคนที่สุดท้ายแล้วต้องเป็นฝ่ายคุกเข่า แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับตัวพวกเจ้าเอง”
ไม่นานหลังจากนั้น หลี่เต้าก็นำคณะมาถึงจวนผู้ว่าการ
ตลอดเส้นทาง หลี่เต้าไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากด้านหลังอีกเลยเขาต้องการกลุ่มคนที่มีความสามารถมาช่วยเขาปกครองดินแดนทางใต้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือคนเหล่านั้นต้องเชื่อฟัง
เขาไม่ต้องการหาคนที่คอยปรนนิบัติเหมือนเป็นนายใหญ่ จากที่เห็นในตอนนี้ผลลัพธ์ก็ยังพอใช้ได้แต่หลี