ติดกับเทือกเขาหมื่นลี้ ยิ่งวุ่นวายสับสนเข้าไปใหญ่ ดังนั้น เมื่อได้ยินว่าหลี่เต้าส่งฎีกาขึ้นมา เขาก็เตรียมพร้อมที่จะให้หลี่เต้าเอ่ยปากร้องขอความช่วยเหลือ
แต่ผลปรากฏว่า ฎีกาที่ส่งขึ้นมา กลับเป็นการขอขุนนางบางส่วน เรื่องแบบนี้แทบจะไม่ถือว่าเป็นการร้องขอด้วยซ้ำ เพราะการจัดสรรขุนนางเป็นหน้าที่ของราชสำนักอยู่แล้ว
อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้ยินคำพูดของฮ่องเต้ ซุนเชียนและคนอื่นๆ ที่กำลังกระตือรือร้น ก็กลั้นคำพูดไว้ในปากทันที หยางหลินส่ายหน้าก่อนจะกล่าวว่า “ฝ่าบาท ไม่มีอะไรแล้วพะยะค่ะ อู่อันปอส่งฎีกามาเพียงฉบับนี้เท่านั้น”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้ก็เอ่ยพึมพำ “ดูเหมือนว่าอู่อันปอจะพัฒนาดินแดนทางใต้ได้ดี ไม่เช่นนั้นคงไม่ขอขุนนางไปปกครอง”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ก็จัดการให้เขาเถอะ”
หลังคำพูดจบลง ฮ่องเต้ก็มองไปยังกลุ่มขุนนางฝ่ายปกครองแล้วกล่าวว่า “หลิวเผย พวกเจ้ากรมขุนนาง มีขุนนางที่สามารถส่งไปได้หรือไม่?”
หลิวเผย เสนาบดีกรมขุนนางแห่งราชวงศ์ต้าเฉียน ในขณะเดียวกันยังเป็นคนใต้สังกัดของจวนอัครเสนาบดี
เมื่อได้ยินคำพูดของฮ่องเต้ หลิวเผยก็ก้าวออกมาจากกลุ่มขุนนางฝ่ายปกครอง ประสานมือคำนับแล้วกล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท มีอยู่พะยะค่ะ แต่จำนวนอาจไม่เพียงพอ”
“ไม่สามารถดึงตัวมาจากที่อื่นได้หรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลิวเผยก็ส่ายหน้าพลางอธิบายว่า “ฝ่าบาท หากพระองค์ทรงจัดสรรไปที่อื่นก็คงไม่เป็นไร แต่ที่ชายแดนใต้นั้น เกรงว่