าจะไม่มีใครเต็มใจถูกส่งตัวไปที่นั่นพะยะค่ะ”
เมื่อฮ่องเต้ได้ฟังแล้วพลันขมวดคิ้ว แต่ก็เข้าใจได้ ขุนนางที่ชายแดนใต้ก่อนหน้านี้ ล้วนประสบความทุกข์ยากลำบากมาพอแล้ว แต่ปัญหาของหลี่เต้าก็ไม่อาจปล่อยผ่าน
ทันใดนั้น หลิวเผยก็เอ่ยขึ้นว่า “ฝ่าบาท ที่จริงมีวิธีหนึ่งที่สามารถแก้ปัญหาเรื่องขุนนางที่ชายแดนใต้ได้พะยะค่ะ”
“หืม? ว่ามา”
หลิวเผยเอ่ยว่า “ฝ่าบาท พระองค์ยังทรงจำสำนักเหวินหัวได้หรือไม่พะยะค่ะ?”
สำนักเหวินหัว!
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา ผู้คนในท้องพระโรงต่างพากันแสดงสีหน้าประหลาด ฮ่องเต้เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ในดวงตาของเขามีแววรังเกียจอยู่เล็กน้อย แต่ก็รีบเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็ว
“ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือ?”
หลิวเผยส่ายหน้า “ไม่มีแล้วพะยะค่ะ ตอนนี้ก็มีแต่ทางสำนักเหวินหัวที่สามารถส่งคนมาช่วยได้บ้าง”
ถึงอย่างไร ในบรรดาขุนนางทั่วแคว้นต้าเฉียน พวกเขาก็เป็นกลุ่มที่ว่างที่สุด
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฮ่องเต้ก็ไม่มีอะไรจะพูด เพราะสิ่งที่หลิวเผยพูดนั้นไร้ช่องโหว่ ในสำนักเหวินหัวล้วนมีแต่พวกขุนนางว่างงาน
และยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังเป็นขุนนางว่างงานที่ถูกจัดการโดยฮ่องเต้เอง
แน่นอน ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ไร้ความสามารถจึงถูกฮ่องเต้จัดให้เป็นขุนนางว่างงาน ตรงกันข้าม เป็นเพราะคนเหล่านี้มีความสามารถมากเกินไป จึงถูกจัดการเช่นนั้น
แต่ปัญหาที่สำคัญกว่านั้นคือ คนเหล่านี้ นอกจากมีความสามารถสูงแล้ว ยังชอบก่อความวุ่นวายมากเกินไป พ