งกันของเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ
ครึ่งชั่วยามต่อมา เมื่อระดับปรมาจารย์คนสุดท้ายของสำนักปีศาจเลือดได้ตกตายภายใต้ง้าวมังกรทมิฬ บนยอดเขาว่านชวนก็เหลือเพียงหลี่เต้าและคนของเขาเท่านั้น
หลังจากสะบัดง้าวมังกรทมิฬให้เลือดที่เปรอะเปื้อนหลุดออกไป หลี่เต้าก็ถอนหายใจยาวแล้วออกคำสั่งกับเสวี่ยปิง “นับจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต”
“ขอรับ”
หลังจากนั้นหลี่เต้าก็นั่งลงบนก้อนหินที่แตกออกเพื่อพักผ่อน เหมียวหรงไม่รู้ว่าควรจะทำอะไร จึงพาเหมียวเมี่ยวซินและคนอื่นๆ มาถึงข้างกายหลี่เต้า
เมื่อมองดูตำหนักที่กลายเป็นซากปรักหักพังแล้วนึกถึงสภาพเดิมของที่นี่ เหมียวหรงก็รำพึงอย่างอดไม่ได้ว่า “หนึ่งในสามสำนักมารของเขาหมื่นลี้ สำนักปีศาจเลือดได้สิ้นซากไปแล้ว”
หลี่เต้าดื่มน้ำหนึ่งอึกแล้วพูดเบาๆ ว่า “ทางมารและทางนอกรีต สุดท้ายก็ไม่อาจยืนยาว”
เหมียวหรงพยักหน้า พร้อมกับรู้สึกยินดีกับการตัดสินใจของตนในตอนนั้นมากขึ้น หากคนเลวพวกนั้นไปยั่วโมโหท่านผู้ว่าการก่อน คาดว่าจุดจบของตระกูลเหมียวคงไม่ดีไปกว่าสำนักปีศาจเลือดที่อยู่ตรงหน้านี้เท่าไร
อีกด้านหนึ่ง เสวี่ยปิงจึงตรวจนับผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเสร็จอย่างรวดเร็ว “หัวหน้า กองทัพหมาป่าฝูถูบาดเจ็บสาหัสห้าร้อยสามสิบหกคน บาดเจ็บเล็กน้อยหนึ่งพันเก้าสิบแปดคน”
“ไม่มีคนตายเลยหรือ?”
“ไม่มีขอรับ!” เสวี่ยปิงส่ายหน้า “นี่ต้องขอบคุณกองทัพวิญญาณที่มีอยู่ พวกนักรบหมาป่าก็ช่วยแบ่งเบาภาระให้พวกเราได้ส่วน