บางสิ่ง จึงหันศีรษะไปมองด้านข้าง เห็นกลุ่มคนสวมเสื้อคลุมสีดำกลุ่มหนึ่งกำลังยื่นบัตรเชิญให้กับศิษย์สำนักปีศาจเลือด
หลี่เต้าและคนอื่นๆ ด้วยการแต่งกายที่คุ้นเคยเช่นนี้ จำได้ทันทีว่าพวกนี้คือคนของตระกูลอู่ ศิษย์สำนักปีศาจเลือดที่ด้านข้างดูเหมือนจะสังเกตเห็นบางอย่างจึงเอ่ยเตือนว่า “ผู้อาวุโสเหมียวหรง ผู้อาวุโสของสำนักมีคำสั่งว่า เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าสำนักปีศาจเลือดของพวกเรา วันนี้บนเขาว่านชวนห้ามลงมือต่อสู้กัน”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นเหมียวหรงก็พยักหน้า เขาไม่มองคนของตระกูลอู่อีก เดินขึ้นบันไดภูเขาไปตามลำพัง หลังเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป ทุกคนเดินขึ้นไปถึงเขาว่านชวนได้สำเร็จ และมาถึงหน้าประตูใหญ่ของสำนักปีศาจเลือด
ในความรู้สึกของเขา สำนักมารที่เรียกว่าสำนักปีศาจเลือด ควรจะมีบรรยากาศหม่นหมองน่ากลัว แต่เมื่อได้เห็นของจริง เขาถึงพบว่ามันแตกต่างจากที่คิดไว้ ประตูใหญ่ของสำนักปีศาจเลือดกว้างขวางและดูยิ่งใหญ่ นอกจากป้ายชื่อที่สลักตัวอักษรสีแดงเลือดแล้ว ส่วนที่เหลือให้ความรู้สึกเหมือนเป็นสำนักที่เคร่งครัด หลังจากผ่านประตูใหญ่ของสำนักปีศาจเลือดเข้าไปภายในก็เหมือนกับภายนอก
ลานกว้างใหญ่ถัดเข้าไปด้านในเป็นตำหนักที่ฝังอยู่ในภูเขา แม้ว่าภายนอกจะดูสวยงามเจิดจรัส แต่ด้วยประสาทสัมผัสของหลี่เต้าแล้ว เขากลับได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นที่จางมาก จางจนคนทั่วไปไม่อาจสังเกตเห็น หรืออาจจะได้กลิ่นแ