ค่ป่าเขาเท่านั้น แต่มันไม่อาจหลบพ้นจมูกของหลี่เต้าไปได้ หลังจากผ่านลานกว้างเข้ามา เหมียวหรงเดินนำหลี่เต้าและคนอื่นๆ ขึ้นบันไดหน้าตำหนักอีกครั้ง แล้วพวกเขาก็มาถึงด้านหน้าตำหนัก
“ท่านผู้อาวุโสเหมียวหรงหรือ? เชิญทางนี้” เมื่อเห็นกลุ่มคนมาเยือน ศิษย์สำนักปีศาจเลือดคนหนึ่งก็เดินออกมาแล้วทำท่าเชิญ
เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ก็เห็นเพียงภายในตำหนักอันกว้างขวาง มีโต๊ะเก้าอี้สีแดงจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ดูครึกครื้นมงคลยิ่ง นอกจากนี้ยังมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ภายใต้การนำทางของศิษย์สำนักปีศาจเลือด กลุ่มคนได้มาถึงตำแหน่งค่อนไปด้านหน้า อยู่แถวที่สองทางด้านซ้าย และในหนึ่งแถวนั้นสามารถให้คนจากสองฝ่ายนั่งเผชิญหน้ากัน
หลังจากหยุดอยู่ตรงแถวที่สอง เหมียวหรงและคนอื่นๆ ก็มองไปยังที่นั่งว่างสองที่ในแถวแรกโดยไม่รู้ตัว เหมียวจ้านถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “ไม่ทราบว่าที่นั่งแถวแรกเหล่านั้นเก็บไว้ให้ใครหรือ?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ ศิษย์สำนักปีศาจเลือดที่นำทางพลันสีหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ แต่ก็ยังคงตอบออกมา “เรียนปรมาจารย์เหมียว ที่นั่งทางซ้ายเป็นตำแหน่งของกองทัพสิบทิศ ส่วนทางขวาเป็นตำแหน่งของตระกูลอู่”
เมื่อได้ยินว่าที่นั่งทางซ้ายเป็นของกองทัพสิบทิศ สีหน้าของเหมียวหรงและคนอื่นๆ ก็ยังคงปกติ สามอำนาจใหญ่แห่งเขาหมื่นลี้… ปรมาจารย์กู่ ผู้ฝึกวิชามาร และกองทัพกบฏ ตัวแทนของทั้งสามฝ่ายคือตระกูลเหมียว สามสำนักมาร แล