อนนั้นนางก็จะไม่มีโอกาสอีกต่อไป
“คุณหนู” เมื่อเห็นสีหน้าเศร้าของคุณหนูตัวเอง ขี้โหยวเอ่อร์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากว่า “เมื่อก่อนท่านเคยบอกว่าการจะเปลี่ยนแปลงการหมั้นหมายครั้งนี้ มีเพียงแค่องค์หญิงหมิงเยว่คนเดียวเท่านั้นยังไม่เพียงพอ แต่ถ้าเพิ่มพี่ชายหลี่เข้าไปล่ะ”
“ตอนนี้พี่ชายหลี่เป็นถึงขุนนางผู้ปกครองดินแดนแล้ว คนที่มีหูมีตาต่างก็เห็นว่าเขาเป็นคนโปรดของฝ่าบาทในตอนนี้ ท่านว่าเขาจะมีโอกาสช่วยท่านหลุดพ้นได้หรือไม่”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้เถี่ยซานเหนียงมีสีหน้าตกตะลึง แต่แล้วก็รีบส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้หรอก”
“ถึงตอนนี้พี่ชายหลี่จะเป็นคนโปรดของฝ่าบาท แต่ไม่ว่าจะพูดอย่างไรเขาก็เป็นเพียงคนนอกเท่านั้น ยังไม่สามารถมีอิทธิพลต่อความตั้งใจของราชวงศ์ได้ เว้นแต่ว่า…”
ขี้โหยวเอ่อร์ทำหน้าอยากรู้อยากเห็น “เว้นแต่อะไรเจ้าคะ?”
เถี่ยซานเหนียงมองไปทางจวนผู้ว่าการแล้วค่อยๆ พูดว่า “เว้นแต่ว่าเขาจะสามารถก้าวข้ามระดับมหาราชาปรมาจารย์”
ก้าวข้ามระดับมหาราชาปรมาจารย์?
ขี้โหยวเอ่อร์ถามว่า “แต่ระดับมหาราชาปรมาจารย์ไม่ใช่ขั้นที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วหรือเจ้าคะ? จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะก้าวข้ามระดับมหาราชาปรมาจารย์”
“ระดับมหาราชาปรมาจารย์ไม่ใช่ขั้นที่แข็งแกร่งที่สุดหรอก”
“แล้วคืออะไรเจ้าคะ?”
เถี่ยซานเหนียงไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่เบือนหน้ามองท้องฟ้านอกหน้าต่าง
กาลเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาก็ผ่านพ้นไปหนึ่งเดือนแล้ว