วันนี้เถี่ยซานเหนียงพาขี้โหยวเอ่อร์มาเยี่ยมเยียนด้วยตนเอง ภายในห้องโถงด้านนอกของจวนผู้ว่าการ เถี่ยซานเหนียงอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองร่างงามที่อยู่ด้านหลังหลี่เต้า
นางกล่าวว่า “คงจะเป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งตระกูลเหมียวกระมัง วันนี้ได้พบหน้าแล้วบุคลิกสง่างามเหนือคนธรรมดาจริงๆ คงเป็นสตรีงามเลิศล้ำแน่นอน”
เนื่องจากตระกูลเหมียวในปัจจุบันได้เข้าร่วมกับจวนผู้ว่าการแล้ว ธุรกิจบางส่วนของตระกูลเถี่ยก็มีความเชื่อมโยงกับตระกูลเหมียวด้วย จึงรู้ว่าหลี่เต้ามีคนที่ติดตามไม่ห่างเพิ่มขึ้นมา
ไม่รู้ว่าเป็นความรู้สึกผิดหรือไม่ หลี่เต้ารู้สึกว่าในอากาศมีกลิ่นความหึงหวงเพิ่มขึ้นมา
เมื่อเผชิญกับคำพูดของเถี่ยซานเหนียง เหมียวเมี่ยวซินทำเพียงแค่พยักหน้าเป็นการทักทาย ยังคงรักษาท่าทีเย็นชาไว้ สำหรับเรื่องนี้หลี่เต้าก็ไม่รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใด
แม้ว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้จะติดตามอยู่กับเขาแทบจะตลอดเวลา แต่กลับแทบไม่มีคำพูดใดๆ เลย
“ซานเหนียงมาเยือนวันนี้คงมีธุระอะไรสินะ” หลี่เต้าไม่อ้อมค้อมและเอ่ยถามออกไปตรงๆ
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเถี่ยซานเหนียงก็เบนความสนใจจากเหมียวเมี่ยวซินกลับมา กล่าวเสียงเบา “ก็ของที่ท่านต้องการมาถึงแล้วน่ะสิ”
ว่าแล้วนางก็ตบมือสองครั้ง จากนั้นชายร่างกำยำแปดคนก็ยืนเรียงสองข้าง หามหีบไม้แดงแข็งเข้ามา แค่เห็นใบหน้าแดงก่ำของชายฉกรรจ์ทั้งแปดก็รู้ได้ว่าของในหีบนั้นไม่เบาเลย
แม้ชายฉกรรจ์ทั้งแปดจะระมัดระวั