นไม่มีเรื่องให้ลังเลมากนัก เพราะทั้งสามหมู่บ้านใหญ่ต่างก็แยกกันอยู่มานานแล้ว ใครจะพาใครไปก็เป็นเรื่องของตัวเอง
เหมียวโฮ่วมองดูอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็วางสัญญากระดาษลงแล้วค่อยๆ กล่าวว่า “พี่ใหญ่ อาจจะมีเรื่องหนึ่งที่ต้องรบกวนท่าน”
“เรื่องอะไร?”
“มีคนหมู่บ้านเมฆาของพวกท่านบางคนที่ข้าอาจจะต้องพาไปด้วย”
“หืม?” สีหน้าของเหมียวหรงเปลี่ยนไปทันที “เจ้าหมายถึงคนพวกไหน!”
เหมียวโฮ่วกล่าวตามตรง “พี่ใหญ่วางใจได้ พวกเขาล้วนเต็มใจที่จะไปกับข้า ไม่มีการข่มขู่หรือล่อลวงแต่อย่างใด ข้าคิดว่าพี่ใหญ่คงไม่มีเหตุผลขัดขวางคนอื่นที่อยากจะไปกับข้าใช่หรือไม่” เหมียวหรงมองเหมียวโฮ่วอย่างลึกซึ้ง หลังจากสูดลมหายใจลึกเขาก็กล่าวอย่างเชื่องช้า “บอกข้ามาว่ามีใครบ้าง”
จากนั้นเหมียวโฮ่วก็เอ่ยชื่อคนบางคนออกมารวมถึงหมู่บ้านเล็กบางแห่งที่อยู่ภายใต้หมู่บ้านเมฆาด้วย หลังจากฟังจบสีหน้าของเหมียวหรงยิ่งซับซ้อนมากขึ้น “น้องรอง ดูเหมือนเจ้าเตรียมพร้อมที่จะแยกตระกูลมานานแล้ว” เหมียวโฮ่วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “หากพี่ใหญ่ไม่ดื้อดึงเอาแต่ใจ ข้าก็ไม่อยากทำเช่นนี้”
เหมียวหรงถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “ได้ ในเมื่อคนพวกนั้นล้วนเต็มใจไปกับเจ้า ดังนั้นหมู่บ้านเมฆาของข้าก็ไม่อาจกักตัวพวกเขาไว้ ปล่อยให้พวกเขาไปเถิด”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหมียวโฮ่วก็ค้อมกายอย่างจริงจัง “ขอบคุณพี่ใหญ่” เหมียวหรงไม่ได้พูดอะไรมาก เขาหยิบสัญญากระดาษสามฉบับออกมาเขียนชื