่อของตนเองลงไปพร้อมกับประทับรอยมือเลือด เหมียวโฮ่วและเหมียวอี้ก็ไม่ได้ลังเลพวกเขาเขียนชื่อและประทับรอยมือลงไปเช่นเดียวกัน สุดท้ายสัญญากระดาษอยู่ในมือของทั้งสามคนคนละหนึ่งฉบับ
ด้วยสัญญาฉบับนี้ตระกูลเหมียวได้แบ่งออกเป็นสามส่วนอย่างเป็นทางการ เหมียวหรงหยิบถ้วยชาแล้วลุกขึ้นกล่าว “เชิญเถอะ” เหมียวโฮ่วและเหมียวอี้ก็ยกถ้วยชาขึ้นมาเงียบๆ หลังจากชนถ้วยกันทั้งสามคนก็ดื่มชาจนหมดในคราวเดียว เหมียวหรงกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้ โบกมือพลางกล่าว “ในเมื่อแยกตระกูลกันแล้วทั้งสองท่านก็จงออกไปเองเถิด ข้าคงไม่ส่งแล้ว” พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันก่อนแยกตระกูล แต่หลังจากแยกตระกูลแล้วทั้งสองคนก็เป็นเพียงแขกสำหรับหมู่บ้านเมฆาเท่านั้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเหมียวโฮ่วและเหมียวอี้ก็ไม่ได้พูดอะไรมากพวกเขาประสานมือคำนับเหมียวหรงแล้วหมุนตัวจากไป หลังจากที่ทั้งสองคนจากไป ผู้คนทั้งภายในและภายนอกห้องโถงของหมู่บ้านเมฆายังคงตกตะลึงอยู่นาน พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ใหญ่มากมายภายในตระกูลเหมียว เริ่มจากการที่พวกเขายอมสวามิภักดิ์ต่อจวนผู้ว่าการ และต่อมาก็แยกตระกูลกันแบ่งเป็นสามฝ่าย
หลังจากที่เหมียวโฮ่วและเหมียวอี้พาคนออกจากหมู่บ้านเมฆาไป ทั้งสองได้หยุดลงที่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งไร้ผู้คน
เหมียวโฮ่วเอ่ยปาก “น้องสาม ทำไมเจ้าไม่ไปกับข้า แต่กลับแยกตัวออกมาเป็นอีกสายตระกูลหนึ่ง?”
เหมียวอี้ค่อยๆ กล่าวว่า “พี่รอง ข้าก็มีความคิดขอ