ลางที่อยู่ข้างๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะพูดว่า “พี่ใหญ่เฉียนไม่รู้เรื่องอะไรเลย”
“ยังจะพูดถึงข้อมูลข่าวกรองของสำนักปีศาจเลือดไม่ต้องพูดถึงว่ามีของแบบนี้หรือไม่และแม้จะมีในเมืองนี้ก็ไม่มีใครกล้าขายให้เขาหรอก”
เมื่อได้ยินถึงตรงนี้ดวงตาของหลี่เต้าก็กระตุกก่อนจะเอ่ยปากว่า “พวกเจ้าไม่มีข่าวกรองของสำนักปีศาจเลือด?”
“ไม่มี” พี่ใหญ่เฉียนถูกถามจนรู้สึกหงุดหงิด คว้าดาบบนโต๊ะขึ้นมาพลางกล่าวว่า “ตอนนี้อย่าพูดเรื่องไร้สาระรู้จักประสาแล้วทิ้งของบนตัวไว้รีบไสหัวไปไม่เช่นนั้นอย่าโทษว่าดาบของข้าไม่ปรานี”
“ไม่มีหรือ…” หลี่เต้าพึมพำกับตัวเองจากนั้นเงยหน้าขึ้นมองทุกคนแล้วกล่าวว่า “พูดตามตรง ในฐานะร้านมืด การกระทำของพวกเจ้ายังบกพร่องอยู่”
“ไม่ทราบว่าพวกเจ้าเคยได้ยินประโยคหนึ่งหรือไม นั่นก็คือฆ่าคนแล้วทุกสิ่งของเขาก็เป็นของพวกเจ้า”
พร้อมกับที่หลี่เต้าพูดประโยคนี้ออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย บรรยากาศทั้งโรงเตี้ยมก็พลันเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดไม่ว่าจะเป็นพี่ใหญ่เฉียนหรือคนกลางผู้นั้น ตอนนี้หัวใจของพวกเขาต่างเต้นเร็วขึ้นโดยไม่อาจควบคุมได้ถึงขนาดที่พวกเขาไม่กล้าหายใจแรงโดยไม่รู้ตัว
พี่ใหญ่เฉียนที่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทันใดนั้นก็ส่งสัญญาณทางสายตาให้กับลูกน้องสองคนที่อยู่ข้างๆ
ชั่วขณะถัดมาลูกน้องทั้งสองคนก็ลงมือทันทีขณะที่ทั้งสองคนกำลังจะพุ่งเข้าหาหลี่เต้ามือขวาของหลี่เต้าก็สั่นเบาๆ
ตูม!
ในพริบตาสมุนทั้งสองคนหาย