ิ่งสงสัยมากขึ้น
เพราะการลงโทษแบบหลิงฉือ เป็นวิธีการลงโทษในสมัยโบราณจากชาติก่อนของหลี่เต้า ที่นี่ย่อมไม่มี จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนรู้จัก
แต่เสวียปิงรู้ เพราะหลี่เต้าเคยบอกพวกเขา และยังอธิบายอย่างละเอียดด้วย
เมื่อนึกถึงการลงโทษแบบหลิงฉือ เสวียปิงก็อดสะท้านไม่ได้ เขามองไปทางซุนเจิ้งแล้วส่ายหน้าระอา
อะไรที่เรียกว่าไม่ทำตัวรนหาที่ตาย ก็จะไม่ตาย หวังว่าต่อไปจะยังปากแข็งเหมือนตอนนี้
ไม่นานหลังจากนั้น ทหารกองทัพฝูถูคนหนึ่งก็สวมชุดและถือผ้าขาวเดินขึ้นมาบนเวที
คนผู้นี้มีนามว่าเจิ้งเสวียน ก่อนที่จะกลายเป็นทหารกองทัพฝูถู เขาเคยเป็นเด็กกำพร้าที่ด่านฟู่เฟิง ต่อมาท่านหมอเจิ้งได้รับอุปการะไว้ ให้เป็นศิษย์ใต้บังคับบัญชา และเขาโดดเด่นเรื่องฝีมือการใช้มีดได้โดยมีดไม่สั่นแม้เพียงนิด
ต่อมา บนเวทีมีการวางเตาไฟ ด้านบนมีหม้อต้มกำลังเดือดปุด ๆ ท่ามกลางความอยากรู้อยากเห็นของทุกคน โสมถูกหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่ลงในหม้อ
เมื่อเห็นภาพนี้ ซุนเจิ้งยังคงพูดเสียงแข็งว่า
“อะไรกัน พวกเจ้าจะต้มน้าแกงโสมให้ข้าดื่มหรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจิ้งเสวียนก็ไม่พูดอะไร ถอดเกราะออกจากตัว แล้วคลี่ผ้าขาวในมือออกแขวนไว้ด้านหน้าตัวเอง
หลังจากนั้นเขาหยิบห่อของจากเอวออกมา เมื่อเปิดออกก็เห็นมีดประณีตเล็ก ๆ หลากหลายชนิดที่วางอยู่ข้างใน
ในวันปกติ มีดเล็ก ๆ เหล่านี้ใช้สำหรับรักษาโรคช่วยชีวิตผู้คน แต่วันนี้แตกต่างออกไป
“เจิ้งเสวียน เจ้าพ