ินว่าจะถูกเฉือนเนื้อเป็นพัน ๆ มีด เขากลัวแล้ว
เป็นพันมีดเชียวนะ คนทั่วไปแค่พลาดโดนมีดหนึ่งครั้งยังต้องเจ็บปวดไปครึ่งวัน แล้วนี่เป็นมีดพันกว่าเล่ม
เมื่อเห็นเจิ้งเสวียนที่เลือกมีดเล่มเล็กเสร็จแล้วกำลังจะเดินเข้ามา ซุนเจิ้งก็ไม่อาจอดทนต่อความกลัวในใจได้อีก รีบร้องเสียงดังว่า
“ถ้าพวกเจ้ามีฝีมือก็ฆ่าข้าไปเสีย”
ทว่าไม่มีใครสนใจคำพูดของเขาเลย
เมื่อครู่เขาอวดดีแค่ไหน ตอนนี้ก็ดูอเนจอนาถเท่านั้น
เจิ้งเสวียนโบกมือเรียกกองทัพฝูถูที่อยู่สองข้าง แล้วทหารกองทัพฝูถูสองนายก็ลงมือกดตัวซุนเจิ้งลงบนแท่นไม้สูง ยื่นมือฉีกเสื้อผ้าบนร่างของซุนเจิ้งออกทันที
ต้องบอกว่าสมกับเป็นผู้นาสกุลซุนที่ได้เสวยสุขมาหลายสิบปี ใต้เสื้อผ้าเต็มไปด้วยเนื้อขาว ๆ ทั้งตัว
เมื่อเห็นภาพนี้ เจิ้งเสวียนก็ใช้สายตาชื่นชมพิจารณาครู่หนึ่ง แล้วพูดกับซุนเจิ้งที่กำลังดิ้นรนไม่หยุด
“ถ้าเป็นรูปร่างของคนทั่วไป พูดตามตรงการเฉือนสามพันมีดก็ยังค่อนข้างยาก แต่กับร่างที่เต็มไปด้วยเนื้อของเจ้านี่ ข้าขอรับรองว่าจะเฉือนเจ้าอย่างน้อยห้าพันมีด และจะทำให้เจ้ามีชีวิตอยู่ได้อีกสักพัก”
ซุนเจิ้งสบถคำหยาบคาย
เมื่อได้ยินคำพูดที่ฟังแล้วแสนจะระคายหู เจิ้งเสวียนก็เผยรอยยิ้มบางพลางกล่าวว่า
“เจ้าด่าต่อไปเถอะ ยิ่งเจ้ามีสติสัมปชัญญะมากเท่าไร ข้าก็จะลงมีดได้มากเท่านั้น”
ซุนเจิ้งหุบปากทันที แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้น เมื่อเห็นคมมีดที่ค่อย ๆ เคลื่อนเข้าใกล้ท้