้ข้าพูดอะไรได้อีกเล่า”
ฮ่องเต้หัวเราะเบา ๆ
“ท่านไท่ผิงกง เจ้าคิดว่าเรามัวเมาจนมองไม่เห็นเรื่องราวระหว่างเจ้ากับซุนเชียนหรือไร”
“ไม่กล้าพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮึ!”
ฮ่องเต้แค่นเสียงเบา ๆ แล้วเอ่ยว่า
“การตัดสินใจของเราไม่ได้ถูกกำหนดโดยพวกเจ้าขุนนาง แต่เป็นการตัดสินใจของเราเอง”
“เจ้าไม่ใช่หรือที่ในฎีกาชมเชยหลี่เต้าไว้มากมาย? ทำไมพอเรามอบหน้าที่สำคัญให้เขา เจ้ากลับไม่เต็มใจเล่า?”
หยางหลินพูดไม่ออกชั่วขณะ แล้วพึมพำว่า
“แต่ภาระนี้หนักเกินไป ฝ่าบาทไม่กลัวหรือว่าเขาจะรับแรงกดดันนี้ไม่ไหว”
“รับไม่ไหว?”
ฮ่องเต้กล่าวทันที
“รับไม่ไหวก็ต้องรับให้ได้ นี่คือกฎของโลกใบนี้ หากอยากมีหน้ามีตา แต่แบกรับเรื่องเช่นนี้ไม่ไหว ก็จงพอใจที่จะเป็นเพียงนักรบธรรมดาเถิด”
“อีกอย่าง เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าการที่เราส่งเขาไปเป็นผู้ว่าการทางใต้ คือให้เขาไปปกครองดินแดนผีสิงนั่นจริง ๆ?”
หยางหลินชะงัก ถามอย่างระมัดระวัง
“เช่นนั้นความหมายของฝ่าบาทคือ?”
“ฮึ”
ฮ่องเต้แค่นเสียงเบา ๆ แล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า
“ไม่รู้จริง ๆ ว่าท่านไท่ผิงกงอายุปูนนี้แล้ว ใช้ชีวิตมาอย่างไร”
“อัจฉริยะหนุ่มฟังดูไพเราะ แต่บางครั้งชื่อเสียงที่โดดเด่นเกินไปกลับทำร้ายตัวเอง ดินแดนทางใต้อาจไม่เหมาะกับคนอื่น แต่สำหรับคนอายุเท่าหลี่เต้าน่านะเหมาะสม ที่นั่นเป็นสถานที่ที่เหมาะที่สุดในการขัดเกลาคน รอให้เขาได้รับการขัดเกลาที่นั่นเสียก่อน จึงจะมีความสามารถรับมือกับพวกจิ้งจอก