ล่าขุนนาง แล้วถามว่า
“เมื่อทางเสิ่นจงไม่เหมาะสม ก็ไม่เสียหายที่เหล่าขุนนางจะช่วยเราคิดว่า ควรจัดการตำแหน่งป๋ออู่อันอย่างไร”
หยางหลินพลันเอ่ยปาก
“ฝ่าบาท ตามความเห็นของข้า ไม่สู้ให้หลี่เต้าเป็นแม่ทัพใหญ่ของด่านฟู่เฟิงชั่วคราวก่อน ให้เสิ่นจงเป็นรองแม่ทัพ รอจนกว่าเสิ่นจงจะฟื้นฟูวรยุทธ์แล้วค่อยสลับตำแหน่งกันเป็นอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น ฮ่องเต้ก็คิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า
“ไม่เหมาะสม”
“ยังไม่ต้องพูดถึงว่าความสามารถของเสิ่นจงจะกดข่มหลี่เต้าได้หรือไม่ แค่พูดถึงการเอาความสามารถของคนทั้งสองมารวมกันก็สิ้นเปลืองเกินไปแล้ว”
“ด่านฟู่เฟิงแม้จะสำคัญ แต่ภายใต้เงื่อนไขที่ขั้นมหาราชาปรมาจารย์ไม่สามารถข้ามพรมแดนได้โดยง่าย การมีผู้ครองขั้นปรมาจารย์คนเดียวคอยรักษาการณ์ก็เพียงพอแล้ว การให้ผู้ครองขั้นปรมาจารย์สองคนไปรักษาการณ์ที่นั่น ต้าเฉียนของข้ายังไม่ได้ฟุ่มเฟือยถึงขนาดนั้น”
“ดังนั้น เปลี่ยนคนอื่นเถอะ”
ในตอนนั้นเอง มีขุนนางคนหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ก้าวออกมา
“ฝ่าบาท ข้ามีความคิดหนึ่ง ไม่ทราบว่าจะทำให้พระองค์พอพระทัยได้หรือไม่”
เมื่อเห็นขุนนางผู้นี้ หยางหลินก็ขมวดคิ้ว
หากเขาจำไม่ผิด คนผู้นี้เป็นขุนนางใต้สังกัดอัครเสนาบดี แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่ถูกกับพวกขุนนางฝ่ายทหารอย่างพวกเขา
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเขาที่มีความขัดแย้งกับจวนอัครเสนาบดีอย่างมาก ครั้งก่อนเพราะเรื่องจวนอันหยวนป๋อถูกทำลาย ก็เกือบจะก่อเรื่องให