ยอมบำเพ็ญเพียรเพื่อฟื้นฟูวรยุทธ์ของตัวเองให้ดี ทำให้พอเจ้าออกจากด่านฟู่เฟิงไป ที่นี่ก็ไม่มีแม่ทัพปรมาจารย์คอยดูแล”
“ถึงแม้ว่าโอกาสที่ชนเผ่าเป่ยหมานจะมาก่อกวนด่านฟู่เฟิงอีกครั้งจะมีน้อย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเตรียมพร้อมรับมือ ดังนั้น จึงต้องรบกวนให้เจ้าอยู่ที่ด่านฟู่เฟิงต่อไป”
พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ มุมปากของเสิ่นจงพลันกระตุก เขาก็อยากฟื้นฟูวรยุทธ์ให้เร็วที่สุด แต่ใครจะไปรู้ว่า เฉินโหยวจะไม่ยอมปล่อยเขาไปเลย สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขาผ่านมันมาได้อย่างไร
แต่พอนึกถึงว่าหลังจากหยางหลินจากไป เขาก็จะสามารถส่งงานคืนให้หลี่เต้าได้ ในใจก็รู้สึกโล่งอกทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็พยักหน้า ไม่มีความไม่พอใจใด ๆ กับการจัดการเช่นนี้ หรือพูดอีกอย่างก็คือ นี่ค่อนข้างตรงกับความคิดของเขา
เขาไปที่เมืองหลวงแล้วจะทำอะไรได้? ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ ถึงเขาไปเมืองหลวงก็ทำอะไรไม่ได้ ซ้ำร้ายยังอาจทำให้ตัวเองไม่สบายใจอีกด้วย แทนที่จะเป็นเช่นนั้น อยู่ที่ด่านฟู่เฟิงไม่ดีกว่าหรือ เพื่อรักษาทุกสิ่งที่มีอยู่ในตอนนี้ และวางแผนเส้นทางที่จะเดินต่อไปในอนาคต
จากนั้นหยางหลินก็พูดต่ออีก “แต่เจ้าวางใจได้ ตราบใดที่ข้าอยู่ ไม่มีใครสามารถขโมยความดีความชอบของเจ้าไปได้ สิ่งที่ควรเป็นของเจ้าก็จะเป็นของเจ้า”
“ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขอบคุณท่านหยางมาก”
“อืม”
…
ครึ่งวันต่อมา
ภายใต้คำสั่งของหยาง