้พลังของพวกเขาค่อย ๆ กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกัน
พูดง่าย ๆ ก็คือ คนใหม่กว่าสองร้อยคนของเว่ยอวิ๋นที่เพิ่งเข้าร่วม ตอนนี้สามารถรวมเข้ากับกองทัพวิญญาณของจางเมิ่งและคนอื่น ๆ ได้แล้ว
ในขณะเดียวกัน เนื่องจากแปดร้อยคนนี้ขึ้นตรงกับเขาแล้ว เขาจึงตั้งชื่อใหม่ให้กองกำลังแปดร้อยคนนี้
ตอนนี้ พวกเขาไม่ใช่ทหารจากค่ายหวงซาหรือค่ายเว่ยอู่อีกต่อไป แต่เป็น ‘กองทัพฝูถู’ ที่ขึ้นตรงกับเขา
และเขาก็ยังตั้งชื่อใหม่ให้กลุ่มของหลิวซิ่วเอ๋อร์ด้วย เรียกว่า ‘กองทัพหลัวซา’ [1]
“หัวหน้า!”
จางเมิ่งควบม้าศึกมาอยู่ข้างกายหลี่เต้า เสียงเกราะที่กระทบกันดังทึบหนัก “หัวหน้า ต่อจากนี้ก็ถึงคราวของพวกเราแล้วกระมัง”
“อืม”
หลี่เต้าจ้องมองไปยังทิศทางหนึ่ง ยกง้าวมังกรทมิฬชี้ไป “เป้าหมายต่อไปของพวกเราคือบุกทะลวงผ่านไปให้ได้ ออกเดินทาง!”
เมื่อคำสั่งถูกประกาศออกไป หลี่เต้าก็กระตุกบังเหียน ควบทยานม้าศึกออกไป
พวกจางเมิ่งมองไปยังหลี่เต้า ก่อนจะส่งเสียงตื่นเต้นแล้วตามไป
ในยามนี้ หลิวซิ่วเอ๋อร์ราวกับรู้สึกถึงบางสิ่ง ไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นในใจไว้ได้ นางนำเหล่าสตรีที่อยู่ข้างกายพุ่งทะยานออกไป
ไม่นานหลังจากนั้น ค่ายของเผ่าลั่วอวิ๋นที่มีผู้คนหลายร้อยคน ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของหลี่เต้าและผู้ติดตาม
ไม่ถึงครึ่งก้านธูป ผู้คนทั้งหมดในค่ายของเผ่าลั่วอวิ๋นก็หายไปสิ้น
หลี่เต้ากับคนอื่น ๆ ก็มิได้หยุดพัก ยังคงมุ่งหน้าต่อไปยังทิศทางที่กำหนดไว้ก่อนหน้าน