่ยปากว่า “ท่านรองแม่ทัพ หากตอนนี้ข้าถามไป คงไม่ถือว่าขัดคำสั่งกระมัง”
พูดจบ เขายังจงใจมองเฉินโหยวที่อยู่ด้านหลังหลี่เต้า
เมื่อเห็นหยางเหยียนระมัดระวังเช่นนั้น หลี่เต้าก็ยิ้มบางพลางกล่าว “ไม่ถือ เจ้าพูดมาตรง ๆ เถิด”
เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของหยางเหยียนก็เปี่ยมด้วยความยินดี อดไม่ได้ที่จะส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปยังเฉินโหยว ก่อนจะพูดขึ้น
“ท่านรองแม่ทัพ เสบียงของพวกเราก็มีไม่มากอยู่แล้ว เวลาก็เร่งรีบไม่อาจรั้งรอได้ เหตุใดพวกเราจึงไม่รีบบุกเข้าทุ่งหญ้า เพื่อทำศึกกับเผ่าลั่วอวิ๋น”
เมื่อคำพูดนี้ถูกเอ่ยออกมา สายตาของผู้อื่นก็จับจ้องมาเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าคำถามนี้ ก็คือสิ่งที่อยู่ในใจของพวกเขาเหมือนกัน
หลี่เต้ากวาดตามมองสีหน้าของทุกคน ก่อนจะเอ่ยปากว่า “นั่นเป็นเพราะยังมีบางสิ่งที่ยังไม่พร้อม”
หยางเหยียนอดถามไม่ได้ “สิ่งใดหรือ?”
“นั่นคือ…” หลี่เต้ากำลังจะเอ่ยปาก
ทว่าทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงบางสิ่ง จึงลุกขึ้นยืนทันที
ในชั่วขณะถัดมา ได้ยินเสียงร้องดังก้องมาจากท้องฟ้าสองครั้ง เมื่อได้ยินเสียงร้องนั้น หลี่เต้าก็หันไปมองทุกคนแล้วกล่าวต่อ
“บัดนี้ สิ่งที่เตรียมไว้ได้มาถึงแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าสามารถสั่งให้คนเตรียมอาหารได้แล้ว”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างตกตะลึง หยางเหยียนยิ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม “ท่านรองแม่ทัพ พวกเราเพิ่งกินอาหารไปเมื่อหนึ่งชั่วยามก่อนมิใช่หรือ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่