เจียงฉางเซิงถูกมู่หลิงลั่วกระตุ้นความทรงจำ จึงเริ่มเล่าถึงการพบกันระหว่างเขากับฮวาเจียนซิน
ในปีนั้นฮวาเจียนซินยังเป็นองครักษ์ชุดขาวผู้มีจิตใจยุติธรรม ถูกเฉินหลี่เรียกตัวออกมาจัดการพวกคนชั่ว แต่กลับต้องเจอกับแผนร้ายของราชสำนัก พูดขึ้นมาแล้วเรื่องนี้ยังเกี่ยวพันถึงหลี่กงกง ใครไหนเลยจะคิดว่าหลายปีให้หลังความแค้นกลับจางหาย พวกเขายังสามารถนั่งหัวเราะสนทนาอยู่ในลานเรือนเดียวกันได้
เมื่อนึกถึงเรื่องราวในอดีต ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ก็ปรากฏขึ้นในความคิดของเจียงฉางเซิงฉากแล้วฉากเล่า สหายเก่าล้วนเวียนว่ายไปสู่การเกิดใหม่
มู่หลิงลั่วตั้งใจฟัง ตามที่ไป๋ฉีบอกเจียงฉางเซิงแทบไม่เคยลงจากเขา แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านี้แล้ว แม้เขาจะไม่ลงจากเขาก็ยังประสบกับเรื่องราวมากมาย บางทีอาจเป็นเพราะความทุกข์ยากเหล่านั้นที่บีบบังคับไม่ให้เขาลงจากเขาก็เป็นได้
พูดถึงเจียงจื่ออวี้ เจียงฉางเซิงยิ่งให้ความสนใจมากขึ้น น้ำเสียงแฝงไปด้วยความภูมิใจ ทำให้มู่หลิงลั่วได้เห็นอีกด้านของเขา
ขณะที่เจียงฉางเซิงนึกย้อนไปในอดีต โอรสสวรรค์ที่อยู่แสนไกล ณ เมืองซุนเทียน ก็กำลังปวดหัวอยู่ภายในห้องทรงพระอักษร
เจียงหานหน้ามืดด้วยโทสะ หยิบฎีกาขึ้นมาแล้วฉีกทิ้ง
เทพจอมโจรยืนอยู่หน้าโต๊ะเอ่ย “ฝ่าบาท โจวอ๋องยังรอคำตอบของพระองค์อยู่ เขาบอกว่าหากพระองค์ไม่ตอบกลับภายในหนึ่งวัน เขาจะปักหลักอยู่ที่เมืองซุนเทียนไม่ไปไหนพะยะค่ะ”
เจียงหานเอ่ยเสียงเรี