ัญหาให้กับพี่น้องผู้นั้น?
คงไม่ใช่กระมัง…
หรือว่าพี่น้องผู้นั้นจะเป็นบุคคลอันตราย?
ทหารยามค่อย ๆ หันศีรษะมองอย่างระมัดระวังพลางครุ่นคิดด้วยความสงสัย
ทว่าภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าในเวลาต่อมา ได้ทำลายความเชื่อของเขาจนแหลกละเอียด
ชุยฮ่าวเดินมาหยุดตรงหน้าหลี่เต้า ก่อนจะเหลือบมองรถม้าที่อยู่เบื้องหลัง แล้วประสานมือคำนับพลางกล่าว
“รองแม่ทัพหลี่! ข้าได้พาผู้คนของท่านมาครบถ้วนแล้ว ไม่ขาดผู้ใดแม้แต่คนเดียว”
จากนั้นจางเมิ่งก็ก้าวออกมาจากกลุ่มคนที่ติดตามมา ประสานมือคำนับพลางกล่าว
“หัวหน้า พวกเราพร้อมออกเดินทางได้ทุกเมื่อแล้วขอรับ”
หลี่เต้าพยักหน้า
“ดี งั้นก็ออกเดินทางกันเถอะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสวียปิงก็ก้าวออกมาจากฝูงชน ทำท่าจะเป็นผู้จูงรถม้า ด้วยไม่อาจปล่อยให้หัวหน้าของพวกเขาต้องมาขับม้าเอง
แต่ทว่า กลับมีคนผู้หนึ่งที่ว่องไวยิ่งกว่าเขา รีบคว้าสายบังเหียนม้าไปถือไว้เสียก่อน
“ท่านเสวียปิง ให้ข้าเป็นคนจูงม้าให้รองแม่ทัพหลี่เถิด”
ทุกคนหันไปมอง พบว่าเป็นเจ้าเมืองชุยฮ่าวที่ไม่รู้ว่ะแทรกตัวเข้ามาตั้งแต่เมื่อใด
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่เต้าก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยว่า
“ท่านเจ้าเมือง เรื่องเช่นนี้ไม่เหมาะที่ท่านจะทำ ให้พวกเขารับผิดชอบเถิด”
ชุยฮ่าวส่ายหน้า
“รองแม่ทัพหลี่ ข้าอยู่ที่เมืองอวิ๋นฉี ไม่อาจช่วยพวกท่านรบศึกที่ด่านฟู่เฟิงได้ มีเพียงเรื่องเล็กน้อยนี้ที่ทำได้ ท่านไม่ต้องปฏิเสธหรอก อีกอย่างมันก็ไม่ใช่เรื