่องใหญ่อะไร”
เมื่อเห็นแววตาจริงจังของชุยฮ่าว หลี่เต้าจึงรูว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาใดแอบแฝง หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง จึงโบกมือให้เสวียปิง จากนั้นก็ประสานมือคำนับชุยฮ่าว
“เช่นนั้นข้าก็ต้องรบกวนท่านเจ้าเมืองแล้ว”
ชุยฮ่าวยิ้มอย่างไม่ถือสาต่อการกระทำของตน
“ตำแหน่งรองแม่ทัพของท่านสูงกว่าข้าอยู่แล้ว จะเรียกว่ารบกวนได้อย่างไร”
พูดจบ เขาก็จูงม้าที่อยู่หน้ารถม้า ดึงบังเหียนอย่างเป็นธรรมชาติ มุ่งหน้าไปยังถนนนอกเมืองอวิ๋นฉี
ภาพที่เห็นตรงหน้านี้ ทำให้ทหารยามที่อยู่ไม่ไกลตะลึงงัน
เจ้าเมืองของพวกเขาถึงกับอาสาจูงรถม้าให้บุรุษผู้หนึ่ง ท่านเป็นถึงเจ้าเมืองนะ ทั่วทั้งอวิ๋นโจวใครกันจะคู่ควรให้ท่านจูงรถให้
“นี่เขากำลังเห็นผีหรือ?”
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ชายผู้นั้นเขาก็รู้จัก อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ยังได้พูดคุยสนิทสนมกันอยู่เลย นี่ทำให้สมองของเขาประมวลผลไม่ทันชั่วขณะ
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แน่ใจหรือว่านี่ไม่ใช่ความฝัน?”
ภายใต้การควบคุมของชุยฮ่าว รถม้าก็ได้เคลื่อนมาถึงข้าง ๆ ทหารยามประตูเมืองอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ หลี่เต้าก็ได้เห็นทหารยามที่อยู่ข้าง ๆ เช่นกัน
เมื่อเทียบกับที่ทหารยามเคยพูดคุยกับเขาก่อนหน้านี้อย่างคล่องแคล่ว ตอนนี้สายตาที่ทหารยามมองเขากลับเต็มไปด้วยความตกตะลึงที่ซ่อนไม่อยู่ ริมฝีปากยังคงสั่นระริกไม่หยุด เห็นได้ชัดว่าภาพตรงหน้าทำให้เขายากที่จะยอมรับได้
“ท่านเจ้าเมืองชุย ขอรบกวนท่านหยุดส