”
แต่เมื่อนึกได้ว่าเขากำลังพูดอะไรอยู่ ก็รีบแก้คำพูดทันที
“ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น”
“แล้วหมายความว่าอย่างไร?”
“หมายถึงเจ้าอายุยังน้อยเกินไป”
“อายุน้อยหรือ? แต่ข้าอายุสิบหกแล้ว สามารถออกเรือนได้แล้วนะ”
“ถึงจะออกเรือนได้ แต่ข้าก็ยังทำใจไม่ได้”
สุดท้ายหลี่เต้าก็เคาะศีรษะของจิ่วเอ๋อร์อีกครั้ง
“ดังนั้น เจ้าก็รออีกสักพักเถิด”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้างามของจิ่วเอ๋อร์ฉายแววผิดหวัง แต่ทันใดนั้นนางก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ
“คุณชาย ที่ท่านบอกให้รอนั้น หมายความว่าอย่างไรหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทางของจิ่วเอ๋อร์หลี่เต้าอดที่จะแหย่นางไม่ได้
“จะมีความหมายอะไรอีกเล่า ก็ไม่มีความหมายอะไรทั้งนั้น”
“คุณชาย ท่าน…”
“พอเถอะ ข้าล้อเจ้าเล่นเท่านั้น ความหมายก็เป็นอย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ”
สำหรับเรื่องความรักหลี่เต้าไม่เคยคิดมาก และก็ไม่อยากคิดมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคสมัยเช่นนี้
เมื่อเห็นจิ่วเอ๋อร์ที่กำลังดีใจสุดหัวใจ หลี่เต้าจึงโบกมือพลางกล่าว
“รีบไปเปลี่ยนเป็นชุดปกติมาเถอะ แล้วขอบอกอีกอย่าง สีแดงไม่เหมาะกับเด็กอย่างเจ้าหรอก”
เมื่อนึกถึงสีแดง พลันนั้นเขาก็รู้สึกว่าบุคคลที่อยู่ในห้วงความทรงจำลึก ๆ คงจะเหมาะกับสีนี้
หากบุคลิกของนางดูเด็ดเดี่ยวแข็งกร้าวขึ้นอีกสักหน่อย
ไม่นานหลังจากนั้น จิ่วเอ๋อร์ก็ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าแบบที่นางสวมใส่เป็นปกติแล้วกลับมาที่