แต่อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นผู้อาวุโสที่เคยดูแลเขามา เขาจึงไม่อาจโต้แย้งอะไรได้
สุดท้าย เขาก็ทิ้งคำอาลาไว้แล้วหมุนตัวจากไป
มองดูเงาร่างของหลี่เต้าที่เดินจากไป หยางหลินจิบชาอย่างอารมณ์ดี
แต่ในตอนนั้นเอง ได้มีร่างหนึ่งรีบร้อนเดินเข้ามาในโถงใหญ่
เฉินโหยวกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่หยางหลิน
“ท่านแม่ทัพ รองแม่ทัพอยู่ที่ใดขอรับ?”
“เจ้าหาเขาทาไม เขาเพิ่งจากไปไม่นาน”
หยางหลินจิบชาพลางถาม
“ไปแล้วหรือขอรับ?”
“เจ้ามีธุระอันใดหรือ?”
“มีขอรับ ด้านล่างส่งฎีกามากมายที่ต้องจัดการ”
เมื่อได้ยินคำว่าฎีกา มือของหยางหลินก็สั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว วางถ้วยชาลงแล้วกล่าว
“เจ้าหนูหลี่บอกว่าฎีกาจัดการเสร็จหมดแล้วมิใช่หรือ?”
“เรื่องก่อนหน้านี้จัดการเสร็จแล้ว แต่พวกนี้เป็นฎีกาที่เพิ่งถูกส่งขึ้นมาขอรับ”
พูดถึงตรงนี้ เฉินโหยวก็พึมพำอย่างสงสัย
“ไม่รู้ว่ารองแม่ทัพคิดอะไรอยู่ ให้คนด้านล่างเก็บฎีกาไว้หลายวัน จนกระทั่งวันนี้ถึงส่งมา อีกทั้งยังจัดการเรื่องไว้มากมาย คาดว่าในอีกไม่กี่วันนี้จะมีฎีกาส่งมาอีกเป็นจำนวนมาก”
ทันใดนั้น เฉินโหยวก็นึกอะไรขึ้นมาได้ เงยหน้าขึ้นมองหยางหลินแล้วกล่าว
“ท่านแม่ทัพ เมื่อรองแม่ทัพจากไปแล้ว ฎีกาเหล่านี้ก็ขอให้ท่านเป็นผู้จัดการแทนเถิดขอรับ”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ มือของหยางหลินก็สั่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
บนเส้นทางโบราณนอกด่านฟู่เฟิง
สตรีกว่าสองพันนางที่มีอายุไม่เกินสี่สิบปีรวมตัวก