ที่ ฉีเซิ่งจะพูดจบ มือขวาของหลี่เต้าก็จับคางของเขาไว้แล้วบิดเบา ๆ
กร๊อบ!
พร้อมกับเสียงดังกรอบแกรบ คางทั้งหมดของฉีเซิ่งก็หลุดออกมา
หลี่เต้าสีหน้าสงบนิ่ง ตบหน้าอีกฝ่ายเบา ๆ พลางเอ่ยว่า
“บางเรื่องเจ้ารู้อยู่แก่ใจก็พอ ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา”
“อืออา!”
ฉีเซิ่งที่พูดไม่ออกได้แต่เบิกตาโพลงส่งเสียงครางแทนคำพูด
แม้หลี่เต้าจะไม่เข้าใจความหมาย แต่จากสีหน้าของฉีเซิ่งก็เห็นได้ว่าความโกรธในใจของเขาถึงขีดสุดแล้ว ราวกับมีคำพูดนับพันคำที่อยากจะพรั่งพรูออกมา แต่น่าเสียดายที่เพราะคางถูกถอดออกแล้ว จึงพูดไม่ได้
หลังจากมองดูสักพัก รอให้ฉีเซิ่งระบายความโกรธออกมาจนเกือบหมด หลี่เต้าก็วางมือลงบนศีรษะของอีกฝ่าย
ทันใดนั้น ฉีเซิ่งก็ราวกับรู้สึกถึงบางสิ่ง ในดวงตาของเขาไม่ได้เต็มไปด้วยความโกรธอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นความหวาดกลัวแทน เนื่องจากแขนขาทั้งสี่ถูกทำลาย ตอนนี้เขาทาได้เพียงแต่บิดตัวดิ้นรนไปมา พยายามให้ศีรษะของตนหลุดพ้นจากมือของหลี่เต้า
น่าเสียดาย แม้แต่ตอนที่ร่างกายสมบูรณ์ดี เขายังไม่อาจเอาชนะหลี่เต้าได้ นับประสาอะไรกับในตอนนี้
หลี่เต้าก้มลงมองดูฉีเซิ่งแล้วตบศีรษะของอีกฝ่ายเบา ๆ
“เจ้าวางใจได้ ข้าจะดูแลนางเป็นอย่างดี”
“อื้ออา!”
กร๊อบ!
หลังจากเสียงลั่นกรอบแกรบ เสียงของฉีเซิ่งก็หยุดลงทันที สีหน้าของเขาค้างอยู่เช่นนั้น ดวงตาทั้งคู่ไม่อาจหลับลงได้ ยังคงเห็นแววไม่ยอมจำนนอยู่ราง ๆ
ในเวลาเดียวกัน เสียงแจ้งเตือนของร