นมาก จึงพูดออกมา
“ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน ท่านเจิ้งบอกข้ามา”
“พูดมากไปก็ไร้ประโยชน์ ไปดูก็จะรู้เอง”
หลี่เต้าพูดขึ้นจากด้านข้าง
ไม่นาน ทุกคนก็รีบเดินไปยังด้านหลังจวนแม่ทัพ
สุดท้าย บนลานกว้างเหลือจึงเพียงฉีเซิ่งที่นอนคว่ำอยู่บนแท่นหิน หลังจากโดนโบยสองร้อยไม้ทหารจบ ก็ไม่มีใครสนใจเขาอีก
เสิ่นจงจะไม่รอดแล้วหรือ?
เมื่อได้ยินคำสำคัญ ฉีเซิ่งที่เดิมทีมีแต่ความแค้นเคืองในใจก็พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ทั้งร่างมีชีวิตชีวาในทันที
พอคิดถึงเรื่องที่เสิ่นจงไม่ไหวแล้ว สีหน้าของเขาก็แสดงความสะใจออกมาอย่างชัดเจน
เขาคิดในใจว่าดีแล้วที่ไม่ไหว ดีแล้ว
ในความคิดของฉีเซิ่ง การที่เขาต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ เสิ่นจงก็เป็นสาเหตุเช่นกัน
เพราะหากไม่ใช่เพราะเสิ่นจงถูกกลอุบายของศัตรู จนทำให้ถูกวางยาพิษจนสลบไป ด่านฟู่เฟิงก็คงไม่ถูกศัตรูบุกทลายได้ง่ายดายเช่นนี้
และหากประตูด่านฟู่เฟิงไม่แตก เขาก็คงไม่ต้องตกต่ำถึงเพียงนี้ ถูกไต่สวนอย่างอัปยศขายหน้า
อาจกล่าวได้ว่า เสิ่นจงคือต้นเหตุใหญ่ที่ทำให้เขาต้องตกต่ำถึงเพียงนี้
“ไม่ได้!”
จู่ ๆ ฉีเซิ่งก็ทนความเจ็บปวดที่แผ่นหลัง พยายามลุกขึ้นจากแผ่นหิน
แม้เขาอยากจะจากไป แต่ก็ต้องดูให้เห็นว่าเสิ่นจงตายอย่างไรเสียก่อน เช่นนั้นเขาถึงจะสาแก่ใจ
ครู่ต่อมา ฉีเซิ่งก็ลุกขึ้นจากแท่นหินได้สำเร็จ จากนั้นก็เดินกะเผลกไปตามทิศทางที่หลี่เต้าและคนอื่นเดินไป
หลี่เต้าและทุกคนเดินมาอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาก็มาถ