เขาก็ไม่คิดว่าสุดท้ายแล้วด่านฟู่เฟิงจะไม่ถูกตีแตก”
เฉินโหยวเห็นสถานการณ์เช่นนั้น ก็เข้าใจว่าเขาคนเดียวคงสู้ไม่ได้ ตอนนี้พูดไปก็เปล่าประโยชน์ ได้แต่รอกลับเข้าด่านฟู่เฟิงแล้วค่อยว่ากันใหม่
เขาจึงหันตัวคำนับหยางหลินแล้วกล่าวว่า
“แม่ทัพใหญ่หยาง เชิญเข้าด่านก่อนเถิด”
เมื่อเห็นเฉินโหยวไม่ติดใจอะไรอีก หยางเหยียนก็ส่งยิ้มอย่างผู้มีชัยให้ฉีเซิ่ง
แต่ฉีเซิ่งกลับรู้สึกกดดันมากขึ้น เพราะการพบกับคนอื่น ๆ ต่อจากนี้ต่างหากที่จะเป็นการทดสอบอย่างแท้จริง
หยางหลินมองดูฉีเซิ่งกับหยางเหยียน ก่อนจะพูดว่า
“ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ให้กองทัพเข้าด่านเถอะ”
ในขณะเดียวกัน ภายในห้องโถงใหญ่ของจวนแม่ทัพในด่านฟู่เฟิง
หลี่เต้าที่นั่งอยู่บนที่นั่งประธานกำลังจะจัดการเรื่องการฟื้นฟูด่านฟู่เฟิงหลังสงคราม จู่ ๆ จ้าวถ่งก็วิ่งเข้ามาจากด้านนอก
หลังจากเข้ามาแล้ว จ้าวถ่งก็คุกเข่าครึ่งท่าพร้อมคำนับกล่าวว่า
“ท่านแม่ทัพ นอกด่านฟู่เฟิงมีกองกำลังที่ดูเหมือนจะเป็นกองทัพสนับสนุนของพวกเรามาถึงแล้ว”
“กองกำลังเสริมหรือ?”
หลี่เต้าชะงักไปครู่หนึ่ง วางของในมือลง เมื่อได้สติจึงกล่าวทันที
“รวบรวมคนที่เหลือ ตามข้าไปดูพร้อมกัน”
พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นเดินนำออกไปนอกห้องโถง
จ้าวถ่งมองแผ่นหลังของหลี่เต้าที่เดินออกประตูไป ชั่วขณะนั้นเขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกับหลี่เต้า เขาก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนธรรมดา สักวันต้องได้เลื