่นนี้? หากเรื่องของน้องชายฉีถูกเล่าออกไป ข้าเชื่อว่าทุกคนจะต้องคิดเหมือนข้า”
หยางเหยียนกล่าว
“หากคนอื่นไม่เห็นด้วย อย่างมากก็…”
หยางเหยียนมองไปยังหยางหลินที่อยู่ไม่ไกล แล้วเข้าไปกระซิบข้างฉีเซิ่ง
“อย่างมากข้าก็ให้ท่านปู่ช่วยพูดกับฝ่าบาทสักคำ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของฉีเซิ่งก็เปล่งประกายด้วยความยินดี แต่ภายนอกกลับแสดงท่าทางเกรงใจ
“พี่ชายหยาง เช่นนี้คงไม่เหมาะกระมัง”
หยางเหยียนตบอกตัวเอง กล่าวอย่างมั่นใจ
“ไม่มีอะไรไม่เหมาะหรอก ข้ารู้จักท่านผู้เฒ่าดี ท่านชอบคนมีความสามารถอย่างน้องชายฉีมากที่สุด ท่านต้องยินยอมแน่”
“หากเป็นไปได้ ข้าต้องขอบคุณพี่ชายหยางมาก ข้าฉีเซิ่งมิได้ทำเพื่อตัวเอง ข้าเพียงไม่อยากให้ตระกูลฉีของข้าต้องแบกรับความเข้าใจผิดและคำครหาที่เกิดจากข้าฉีเซิ่ง”
“ฮ่า ๆ เจ้าเกรงใจอะไรกัน”
หยางเหยียนรู้สึกดีใจที่ได้ยินฉีเซิ่งเรียกเขาว่าพี่ชายหยางทุกครั้ง ก่อนหน้านี้ท่านผู้เฒ่าบ่นที่เมืองหลวงทุกวันว่าเขาไม่สนใจการงาน อายุสามสิบกว่าแล้วยังคบแต่เพื่อนไม่ดี
แต่ตอนนี้ต่างกันแล้ว เขาได้คบหากับฉีเซิ่งผู้ซื่อสัตย์ กล้าหาญ และมีศักยภาพอย่างมาก เมื่อท่านผู้เฒ่ารู้เรื่องนี้ ดูซิว่าจะยังกล่าวหาว่าเขาคบเพื่อนไม่เลือกหน้าอีกหรือไม่
อาจเป็นเพราะพูดคุยกันสนุก ทั้งสองจึงคุยกันต่ออีกสักพัก โดยเฉพาะหยางเหยียนที่ถูกฉีเซิ่ง ตั้งใจอยากผูกมิตรด้วย จนแทบจะสาบานเป็นพี่น้องกันตรงนั้น
ทันใดนั้น หยางเหยียน