าก็จะไม่ปฏิเสธอีก”
เขามองดูเกล็ดหิมะที่ค่อย ๆ โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า
“อีกไม่นานหิมะก็จะตกหนักแล้ว ทุกท่านรีบกลับเข้าเมืองกันเถิด”
“ขอรับท่านแม่ทัพ!”
… ไม่นานหลังจากนั้น ภายใต้การนำของหลี่เต้าทุกคนก็เดินทางเข้าสู่ด่านฟู่เฟิง
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามาด่านฟู่เฟิง ครั้งก่อนตอนที่เดินทางไปรายงานตัวที่ค่ายหวงซาก็เคยผ่านด่านฟู่เฟิงมาแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นเร่งรีบจึงไม่ได้แวะพัก จนกระทั่งบัดนี้เขาถึงได้มีโอกาสเห็นภาพรวมของด่านฟู่เฟิงอย่างแท้จริง
หลังจากเข้ามาในด่านฟู่เฟิงหลี่เต้าสังเกตเห็นว่าตึกหลายหลังถูกรื้อออก
เมื่อสังเกตเห็นสายตาของหลี่เต้า แม่ทัพผู้หนึ่งก็อธิบายว่า
“ตอนนั้นเพื่อความอยู่รอด พวกเราจำต้องรื้อบ้านเรือนเพื่อกันความหนาว”
หลี่เต้าพยักหน้า แล้วกล่าวว่า
“เช่นนั้นต่อไปก็ไม่ต้องรื้ออีกแล้ว”
“ไม่รื้อหรือ?” แม่ทัพผู้นั้นเอ่ยต่อ
“หากไม่รื้อ แล้วอีกไม่กี่วันที่จะถึงช่วงหนาวจัดจะทำอย่างไร”
หลี่เต้าหยุดคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงกล่าวว่า
“นอกด่านไม่ใช่ว่ามีศพที่ใช้เผาให้ความอบอุ่นได้อยู่หรือ? ศพกว่าหมื่นศพ น่าจะเผาได้นานพอสมควร”
เหล่าแม่ทัพนายกอง “???”
ไม่นานนัก ทุกคนก็มาถึงคฤหาสน์แห่งหนึ่งในด่านฟู่เฟิง ทันทีที่มาถึงด้านนอกคฤหาสน์ จู่ ๆ ก็มีเงาร่างหนึ่งเดินออกมาจากด้านใน
“ไอ้พวกคนเป่ยมหาน วันนี้ข้าจะสู้กับพวกเจ้าจนถึงที่สุด!”
เงาร่างนั้นพุ่งออกมา ในมือถือหอกยาวพลางตะโกนด่าไปด้วย ที่หน้าประตู หลี