่เต้าและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงเมื่อเห็นคนที่พุ่งออกมา
จ้าวถ่งมองเห็นโฉมหน้าของเงาร่างนั้นชัดเจนแล้ว อดไม่ได้ที่จะเอ่ยหยอกล้อว่า
“ท่านเจิ้ง ท่านกำลังแสดงละครอะไรอยู่หรือ?”
คนที่มานั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหมอทหารผู้เฒ่าที่อยู่รักษาเสิ่นจงในคฤหาสน์นั่นเอง
ยามนี้เขาไม่ได้มีท่าทีสุขุมเยือกเย็นเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป ในมือกำดาบยาว เขาราวกับว่าได้แปรเปลี่ยนเป็นทหารผู้เฒ่าที่เต็มไปด้วยความดุดัน ทั่วร่างแผ่ไอสังหาร ไม่เหลือเค้าความเป็นหมอทหารอยู่เลยแม้แต่น้อย
“พวกเจ้า…”
เมื่อได้ยินคำพูดของจ้าวถ่ง ท่านเจิ้งก็ได้สติมองทุกคนตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“พวกเจ้าไม่ได้ไปรบกับพวกคนเป่ยมหานหรอกหรือ? เหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่นี่? หรือว่าพวกเจ้าตายกันไปหมดแล้ว? กลับมารอข้าเพื่อไปพร้อมกันหรือ?”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ หมอทหารผู้เฒ่าก็แผ่ไอสังหารออกมาทันที
“พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะต้องพาพวกเป่ยมหานไปด้วยสักสองสามคน”
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว จ้าวถ่งก็รีบคว้ามือเอาไว้
“ท่านเจิ้ง พวกเรายังไม่ตาย อีกทั้งไม่จำเป็นต้องให้ท่านไปสังหารพวกเป่ยมหานด้วย พวกมันถูกสังหารถอยร่นไปแล้ว”
“ถอยร่นไปแล้ว?”
“ขอรับ ๆ”
จ้าวถ่งพยักหน้าซ้ำ ๆ
ท่านเจิ้งถึงได้รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องจริงขึ้นมา ยืนยันว่าคนตรงหน้าเป็นคนเป็น แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่งที่ต้องถาม
“พวกเป่ยมหานมีทัพใหญ่หลายหมื่น พวกเจ้าใช้อะไรสังหารจนพวกมันต้องถอยร่น?”
“อาศัยแม่