ทัพคนใหม่ของพวกเรา หากไม่เชื่อ ท่านถามท่านแม่ทัพโหวและคนอื่น ๆ ดูได้”
จ้าวถ่งอธิบาย
ท่านเจิ้งมองไป เห็นทุกคนพยักหน้าให้ สุดท้าย สายตาของเขาก็หยุดอยู่ที่หลี่เต้า
“เจ้าคือแม่ทัพคนใหม่ของพวกเขา? อายุน้อยถึงเพียงนี้?”
ทันใดนั้น ท่านเจิ้งก็ขมวดคิ้ว ดวงตาขุ่นมัวจ้องมองนิ่ง พึมพำออกมา
“ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นหน้าเจ้าเหลือเกิน”
ได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงยิ้มบางแล้วยื่นข้อมือไปตรงหน้าท่านเจิ้ง ท่านเจิ้งตรวจชีพจรที่ข้อมือของหลี่เต้าตามความเคยชิน ทว่าในชั่วขณะถัดมา สีหน้าของเขาก็ชะงักค้าง จ้องมองหลี่เต้าแล้วเอ่ยด้วยความไม่อยากเชื่อ
“เป็นเจ้าจริง ๆ!”
“จำข้าได้แล้วหรือ?”
“แน่นอนว่าจำได้ ข้าจับชีพจรมานับสิบปี แต่ชีพจรของเจ้านั้นแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนที่เคยพบมา”
เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันตะลึง พวกเขาเคยเห็นคนที่ดมกลิ่นแล้วรู้ว่าเป็นสตรี แต่ไม่เคยเห็นผู้ใดจับชีพจรแล้วจำคนได้ วันนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตากันเลยทีเดียว
ทันใดนั้น ท่านเจิ้งก็ชะงักไปอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยว่า
“หากข้าจำไม่ผิด เจ้าเพิ่งเข้ากองทัพมาได้ไม่กี่เดือน เหตุใดจึงกลายเป็นแม่ทัพคนใหม่ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็อดยิ้มไม่ได้ เขาได้แต่บอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน
จู่ ๆ ท่านเจิ้งก็นึกบางอย่างขึ้นได้จึงร้องอุทานว่า
“แย่แล้ว!”
“มีเรื่องอะไรแย่หรือ?”
หลี่เต้าขมวดคิ้วถาม
“เป็นแม่ทัพเสิ่นที่แย่แล้ว!”