ย ข้าก็ช่วยอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้ ตอนนี้อย่างมากข้าก็ทำได้แค่ช่วยประคองลมหายใจของแม่ทัพเสิ่นไว้ได้อีกเจ็ดวัน หลังจากนั้นก็ได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามโชคชะตา” ท่านเจิ้งส่ายหน้ากล่าวตอบตามตรง
เจ็ดวัน?
เหลือเวลาแค่เจ็ดวันเท่านั้นหรือ?
แม่ทัพนายหนึ่งเอ่ยขึ้นมาอย่างอดไม่ไหว “ผ่านมาเดือนกว่าแล้ว เหตุใดกองกำลังเสริมยังไม่มาอีก”
มีคนกล่าวอย่างจนปัญญา “จะไปโทษผู้ใดก็มิได้ การส่งทหารจากเมืองหลวงก็ยากอยู่แล้ว ยิ่งมีคลื่นความหนาวก่อนหน้านี้ ก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่”
จากนั้นก็มีคนพูด “พวกเจ้าอย่าเพิ่งคิดถึงเรื่องกองกำลังเสริมเลย คิดถึงวิธีรักษาสถานการณ์ตอนนี้ไว้ก่อนเถอะ”
“อากาศช่วงนี้หนาวลงทุกวัน ตอนนี้ในด่านฟู่เฟิงแทบไม่มีของกันหนาวเหลือแล้ว หากรอต่อไปอีก ไม่ต้องให้พวกมันบุกโจมตี เพียงแค่สภาพอากาศก็ทำให้ด่านฟู่เฟิงแตกได้แล้ว”
สุดท้ายยังมีคนกล่าวอีก “ถ้าไม่ไหวก็รื้อเอา รื้อเรือนที่ไม่ได้ใช้ทั้งหมด ยังไงก็ต้องไม่ให้มีคนตายเพราะความหนาวอีก”
…
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตา ก็ผ่านไปห้าวัน
และในห้าวันที่ผ่านมานี้ หิมะที่ตกลงมาบนด่านฟู่เฟิงก็ในที่สุดก็หยุดตก
ยามนี้เมื่อมองจากที่ไกล ๆ ทั้งด่านฟู่เฟิงก็ถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวเงินชั้นหนึ่ง
หากเป็นวันปกติ การที่หิมะหยุดตกถือเป็นเรื่องดี ทำอะไรก็สะดวกสบายขึ้น แต่ในเวลานี้ การที่หิมะหยุดตกกลับเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับผู้คนภายในด่านฟู่เฟิง
เพราะพวกเขารู้ดีว่า ในช่วง