ก็ทรงจะพิโรธ
เซินต๋ารีบกราบทูลต่อ “แต่ถึงแม้จะยังยึดครองไม่ได้ แต่ก็ใกล้จะได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตามรายงานจากแนวหน้า ด่านฟู่เฟิงของต้าเฉียนผ่านการรบมาเป็นเวลาเดือนกว่า กำลังพลลดลงอย่างมาก บัดนี้เหลือทหารรักษาการณ์ไม่มากแล้วพ่ะย่ะค่ะ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เนื่องจากพวกเราเริ่มทำศึกเร็ว จึงสามารถตัดการติดต่อค้าขายระหว่างด่านฟู่เฟิงกับภายนอกได้ ดังนั้น เมื่อเข้าฤดูหนาว พวกเขาก็จะไม่มีเสื้อผ้าฝ้ายและถ่านไม้เพียงพอสำหรับการเอาชีวิตรอดให้ผ่านฤดูหนาวไปได้”
“เมื่อไม่กี่วันก่อน คลื่นความเย็นได้โจมตีด่านฟู่เฟิงอย่างฉับพลัน ทหารของพวกเราเตรียมพร้อมไว้ก่อนแล้วจึงไม่เป็นไร แต่ว่ามีข่าวลือว่าภายในด่านฟู่เฟิงมีทหารตายเพราะความหนาวแล้ว เช่นนั้นแล้ว ตามการคาดการณ์ ไม่เกินเจ็ดวัน แม้ด่านฟู่เฟิงจะยังไม่ถูกพวกเราบุกทลาย แต่ภายในก็คงทนไม่ได้นานแล้ว ถึงตอนนั้นกองกำลังรวมสามฝ่ายของพวกเราก็สามารถบุกตรงเข้าไปยึดด่านฟู่เฟิงได้ในคราวเดียว”
หลังจากฟังคำเหล่านี้จบ ราชาถ่ามู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นว่า “แล้วสถานการณ์ทางกองกำลังสนับสนุนของต้าเฉียนเป็นอย่างไรบ้าง”
เซินต๋ายิ้มน้อย ๆ กล่าวอย่างมั่นใจ “เรื่องนี้ฝ่าบาททรงวางพระทัยได้พ่ะย่ะค่ะ คลื่นความเย็นนั้นหลังจากผ่านด่านฟู่เฟิงแล้วก็พัดตรงลงไปทางแคว้นอวิ๋น ด้วยผลกระทบจากคลื่นความเย็นนี้ การสนับสนุนจากทางต้าเฉียนจะต้องช้าลงอย่างมาก ในเวลาอันสั้นคงไม่มีทางไปถ