งเดิม เว้นแต่เสื้อผ้าที่สวมใส่แล้ว ร่างกายไม่มีตำหนิใด ๆ หลงเหลืออยู่อีก
เมื่อเห็นภาพตรงหน้าแบบนี้ เซินเชียนซานย่อมตกตะลึง
เพราะเขาไม่เคยพบเห็นผู้ใดที่สามารถฟื้นฟูบาดแผลบนร่างกายได้เช่นนี้มาก่อน
แต่เขาก็ยอมรับมันได้ในเวลาไม่นานนัก เพราะในความคิดของเขา หลี่เต้าที่อยู่เบื้องหน้านี้ไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นปีศาจร้าย
หืม?
ทันใดนั้น เซินเชียนซานก็สังเกตเห็นบางสิ่ง ใบหน้าเผยรอยยิ้มยินดี
เขาจ้องมองหลี่เต้าแล้วกล่าวออกมา “พลังปราณในร่างเจ้าอ่อนลงแล้ว การฟื้นฟูบาดแผลของเจ้าต้องแลกมาด้วยบางสิ่ง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็ชะงักไป อดไม่ได้ที่จะกล่าวตอบ “สมแล้วที่เป็นผู้แกร่งขั้นปรมาจารย์ ถึงกับสังเกตเห็นจุดนี้ได้”
“ข้านึกว่าเจ้าเป็นปีศาจร้ายเสียอีก ที่แท้ที่เจ้าฟื้นฟูได้เร็วเช่นนี้ก็เพราะแลกมาด้วยพลังยุทธ์ของตัวเอง” เซินเชียนซานหัวเราะเยาะ
จากนั้นเขาก็กล่าวต่อ “เจ้าหนู ก่อนหน้านี้เจ้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้าอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึง”
“อ้อ” หลี่เต้ายิ้มบาง ๆ “เช่นนั้นหรือ?”
“ไม่ว่าเจ้าจะดื้อดึงเพียงใด วันนี้เจ้าก็ต้องตายแน่” เซินเชียนซานยิ้มอย่างมั่นใจ
“ฟ้าดินคลั่งสังหาร!”
คราวนี้เซินเชียนซานไม่ได้ปล่อยพลังปราณแท้และพลังดาบออกมาโดยตรง แต่กลับรวบรวมพลังทั้งสองเข้าสู่ดาบวงพระจันทร์แล้วพุ่งเข้าโจมตีหลี่เต้า
หลี่เต้ายกง้าวขึ้นสกัดโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เช่นเดียวกับครั้งก่อนที่ดาบและง้าว