ปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้ชัดเจน
เซินเชียนซานรู้สึกประหลาดใจที่หลี่เต้ายังอายุน้อยเหลือเกิน
เขาคิดว่าคู่ต่อสู้ที่สามารถจัดการเซินหลัวได้ อย่างน้อยต้องมีอายุห้าสิบปีขึ้นไป ไม่คิดว่าเป็นเพียงเด็กหนุ่มไร้ประสบการณ์
ส่วนหลี่เต้าก็รู้สึกประหลาดใจที่เซินเชียนซานดูชราภาพ แต่เมื่อคิดได้ว่าในโลกนี้ผู้ที่บรรลุขั้นปรมาจารย์สามารถมีอายุขัยได้ถึงสองร้อยห้าสิบปี ก็เข้าใจได้
เซินเชียนซานได้สติกลับมา สายตาคมกริบจ้องไปที่หลี่เต้า “เจ้าคือคนที่นำกำลังพลมาอาละวาดบนทุ่งหญ้าของพวกเราเผ่าถ่ามู่และสังหารผู้คนของพวกเราอย่างไร้ปรานีใช่หรือไม่?”
หลี่เต้าสีหน้าสงบนิ่ง แบกง้าวมังกรทมิฬไว้บนบ่า ตอบว่า “ใช่แล้ว แล้วอย่างไร”
“หึ ๆ” เซินเชียนซานหัวเราะเยาะเย็นชา “ใครกันที่ให้ความกล้าเจ้ามา”
“แล้วผู้ใดให้ความกล้ากับพวกเจ้า เป็นแค่ชนเผ่าเล็ก ๆ กลับกล้าโจมตีด่านฟู่เฟิง?” หลี่เต้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อได้ยินดังนั้น เซินเชียนซานก็พิจารณาหลี่เต้าครู่หนึ่ง จู่ ๆ ก็ขมวดคิ้วถามขึ้น “เจ้าเป็นชาวต้าเฉียน?”
“ดูไม่เหมือนหรือ?”
“ตอนนี้ด่านฟู่เฟิงของต้าเฉียนยังรักษาตัวเองไว้ไม่ได้ พวกเจ้ายังกล้าบุกเข้ามาในทุ่งหญ้าอีก!” เซินเชียนซานขมวดคิ้วแน่น
“ด่านฟู่เฟิงรักษาตัวเองไม่ได้หรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าเหลือบมองไปทางเมืองหลวงของเผ่าถ่ามู่ พลางเอ่ยเสียงเรียบ “แล้วเมืองหลวงของพวกเจ้าในตอนนี้รักษาตัวเองไว้ได้หรือ?”
“เจ้า!”
เซินเชียนซ