านเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นในทันที ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็หมายความว่าเมืองหลวงของพวกเขาในตอนนี้ก็ไม่สามารถรักษาตัวเองได้เช่นกัน
“ดียิ่ง!” เซินเชียนซานหัวเราะเยาะ “หากอยากให้เมืองหลวงเผ่าถ่ามู่ไม่ปลอดภัย ก็ต้องดูก่อนว่าพวกเจ้าจะสามารถมีชีวิตรอดถึงวันพรุ่งนี้หรือไม่”
เมื่อพูดจบ เซินเชียนซานก็ลงจากหลังม้าแล้วพุ่งเข้าโจมตีหลี่เต้าทันที
หลี่เต้าจ้องเซินเชียนซานเขม็ง ออกท่ารับมือโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างดุเดือด
ดาบวงพระจันทร์และง้าวมังกรทมิฬปะทะกันนับร้อยครั้งในเวลาอันสั้น ทุกครั้งล้วนเป็นการปะทะกันอย่างรุนแรง
ตอนแรกเซินเชียนซานคิดว่าตนจะสามารถจัดการคู่ต่อสู้ตรงหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อได้ประมือกันจริง ๆ เขาก็ต้องตกตะลึงกับวิธีการต่อสู้ของอีกฝ่าย
เพราะเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าคู่ต่อสู้จะใช้เพียงพละกำลังกายต่อสู้กับเขาตั้งแต่แรก โดยไม่มีการใช้พลังปราณแม้แต่น้อย
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่านั้นคือ แม้อีกฝ่ายจะใช้เพียงพละกำลังร่างกาย แต่ก็ยังสามารถต่อกรกับเขาผู้อยู่ในขั้นปรมาจารย์ได้ นี่มันทำลายความเชื่อที่เขามีมาตลอดจริง ๆ
แต่ไม่นาน เขาก็รวบรวมสมาธิขึ้นมาใหม่
เพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอย่างไร ภารกิจของเขาก็คือต้องสังหารอีกฝ่ายให้ได้
“ฟ้าดินรวมเป็นหนึ่ง!”
เซินเชียนซานรวบรวมพลังทั้งสองมือ พุ่งเข้าฟันใส่หลี่เต้าอย่างดุดัน
หลี่เต้าเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ถอยหนี กลับยกมือขึ้น