าของอีกฝ่าย
ตามคำแนะนำที่เคยอ่านจากราชันพยัคฆ์ อีกฝ่ายให้ความรู้สึกคล้ายปรมาจารย์ แต่ก็ไม่ใช่ปรมาจารย์
ตามความเข้าใจของเขา สาเหตุที่ยอดฝีมือแข็งแกร่งนั้น เป็นเพราะการจะก้าวข้ามไปสู่ขั้นปรมาจารย์ได้ จำเป็นต้องบีบอัดพลังปราณในร่างกายอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นพลังแท้ จากนั้นก็ใช้มันเปิดเส้นลมปราณบางส่วนในร่างกาย จึงจะสำเร็จขั้นปรมาจารย์ได้
สาเหตุที่ปรมาจารย์แข็งแกร่งนั้น เป็นเพราะพลังแท้สามารถบดขยี้พลังปราณเซียนเทียนได้
หากเปรียบพลังพลังปราณเซียนเทียนเป็นลม พลังแท้ก็คือน้ำ ทั้งสองสิ่งในความหมายบางอย่างถือเป็นสิ่งเดียวกัน แต่คุณภาพนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับดิน
จากการสังเกตระหว่างต่อสู้เมื่อครู่ หลี่เต้าพบว่าเจ้าเมืองบาปผู้นี้ยังคงใช้พลังปราณเซียนเทียน แต่คุณภาพนั้นเหนือกว่าพลังปราณเซียนเทียนทั่วไปมาก แต่ก็ยังไม่ถึงระดับพลังแท้
ทำให้เขานึกถึงผู้ฝึกยุทธ์กึ่งเซียนเทียนที่เคยพบมาก่อน
ขั้นกึ่งเซียนเทียน ขั้นกึ่งปรมาจารย์ ทำไมถึงแค่กึ่ง มิใช่เต็มขั้น หรือว่ากลัวว่าจะเสี่ยงจนเกินไป
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ขั้นกึ่งปรมาจารย์ก็ยังคงมีคำว่าปรมาจารย์อยู่
จากการปะทะกันเพียงกระบวนท่าเดียว การที่สามารถทำให้เขาบาดเจ็บได้ก็แสดงว่าอีกฝ่ายมีพลังความสามารถมากแล้ว อย่างน้อยก็มีพลังมากพอที่จะคุกคามเขาได้
จางเมิ่งอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นว่า “หัวหน้า ท่านรับมือไหวหรือ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลี่เต้าก็ขมวดคิ้วพลางกล่าว “หากข