้าไม่ไหว เจ้าจะลงมือแทนหรือ?”
“ให้พี่ใหญ่จัดการเถอะ ข้าไม่ไหวจริง ๆ” จางเมิ่งรีบส่ายหน้าโบกมือ
“งั้นก็อย่าพูดมากไปหน่อยเลย”
หลี่เต้าหันไปมองกลุ่มของเซินหลัว แล้วกล่าวขึ้น “เจ้าเมืองคนนั้นข้าจะจัดการเอง ส่วนที่เหลือพวกเจ้าจัดการได้หรือไม่?”
จางเมิ่งมององครักษ์สิบกว่าคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ทันใดนั้นความมั่นใจก็พลุ่งพล่านขึ้นมา เขาพูดอย่างหนักแน่น “พี่ใหญ่ ท่านดูถูกพวกเราเกินไปแล้ว แค่สิบกว่าคนเอง ข้าคนเดียวก็จัดการได้”
“เช่นนั้นหรือ หากข้าบอกว่าในกลุ่มคนพวกนั้นยังมีผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนขั้นต้นอีกสองคน เจ้าก็จะจัดการคนเดียวได้หรือ?”
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนรวมถึงจางเมิ่งต่างสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียน? ถึงสองคนด้วย!
ในกลุ่มของพวกเขาไม่มีแม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเซียนเทียนสักคน คนเดียวที่มีก็จากไปเสียแล้ว
“พวกเจ้ารู้สึกว่าตนเองทำไม่ได้ใช่หรือไม่” หลี่เต้ามองดูทุกคนที่กำลังลังเล
ทุกคนนิ่งเงียบ พวกเขาเข้าใจดีว่าตนเองไม่ได้อ่อนแอ แต่นั่นก็ต่อเมื่อเทียบกับทหารธรรมดาเท่านั้น
แต่ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนนั้น แม้แต่ในกองทัพก็ถือว่าเป็นแม่ทัพคนหนึ่งแล้ว จะรับมือได้ง่าย ๆ ที่ไหนกัน
หลี่เต้าเห็นสถานการณ์เช่นนี้จึงพูดขึ้นอีก “พูดตามตรง หากเป็นก่อนหน้านี้พวกเจ้าทำไม่ได้จริง ๆ แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนคนเดียวพวกเจ้าก็จัดการไม่ได้ แต่ตอนนี้ต่างออกไปแล้ว”
ทุกคนเงยหน้าขึ้นมาด้วยความสงสั