รู้ว่าคนก่อนหน้าที่ดูถูกปรมาจารย์ตายอย่างทรมานเพียงใด อยากไล่ตามก็ไปเอง ข้าไม่อยากตายหรอก”
“แล้วพวกเราจะทำอย่างไร ภารกิจครั้งนี้คือต้องกักขังเสิ่นจงให้ได้”
“ไม่ต้องกลัว เสิ่นจงโดนพิษเพลิงโลหิตของพวกเราเผ่าเลี่ยหั่วเข้าไป ใช้เวลานานขนาดนี้ไม่ได้ถอนพิษ อีกทั้งยังใช้วิชายุทธ์ติดต่อกันยาวนาน พิษเพลิงโลหิตคงแทรกซึมเข้าสู่อวัยวะภายในแปดส่วนแล้ว คราวนี้ไม่ตายก็พิการ ที่เขายังมีชีวิตอยู่ยิ่งดี จะได้ทำลายขวัญกำลังใจของฝ่ายต้าเฉียนได้มากกว่า”
หลังจากเสิ่นจงฝ่าวงล้อมออกมาได้ เขาก็มุ่งหน้าควบม้าไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดพัก
เบื้องหลังของเขา เหลือเพียงแค่จ้าวถ่งและฉีเซิ่ง รวมถึงองครักษ์ที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์เซียนเทียนเพียงไม่กี่นายที่ยังมีชีวิตรอด ส่วนที่เหลือล้วนสิ้นชีพก่อนที่จะฝ่าวงล้อมออกมาได้
ยามนี้ฉีเซิ่งก็เต็มไปด้วยคราบเลือดดูอเนจอนาถ ไม่เหลือท่วงท่าสง่างามเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว เขาก็รู้สึกถึงความอ่อนแอของตนเองเป็นครั้งแรก
ตุบ!
ขณะที่ม้ากำลังควบไป ร่างของเสิ่นจงก็ร่วงลงจากหลังม้า กลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ
“ท่านแม่ทัพ!”
เมื่อเห็นภาพนั้น จ้าวถ่งและคนอื่น ๆ ต่างตกใจ รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
เมื่อจ้าวถ่งลงจากม้าและเข้าไปดูเสิ่นจงใกล้ ๆ จึงพบว่าผิวทั่วร่างของเขาเริ่มเป็นสีแดง มองเห็นไอสีเลือดบาง ๆ ลอยออกมาจากร่างอย่างชัดเจน
“ซี่!” จ้าวถ่งลองแตะดู แต่ปลายนิ้วของเขากลับถูกความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างของเสิ่นจงลวก