ต่เดิมข้าควรเป็นหลานชายของราชาแห่งเผ่าถ่ามู่ ตั้งแต่เกิดมาข้าควรเป็นผู้มีอำนาจสูงส่ง”
เขาชี้นิ้วไปที่เสิ่นจงพลางหัวเราะเยาะต่อ “ที่จริงข้าต้องโทษคนแก่สองคนนั้นที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน พวกเขาจะมารับเลี้ยงข้าทำไมกัน ก็เพราะพวกเขานั่นแหละ ข้าถึงต้องถูกบังคับให้มาอยู่ในต้าเฉียนของพวกเจ้า มันต่างอะไรกับการให้ข้าอาศัยอยู่ในบ้านของศัตรู!!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าของเสิ่นจงพลันเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ “เจ้าช่างอกตัญญูยิ่งนัก!! ถึงเจ้าจะเป็นชาวเป่ยหมานแต่บิดามารดาของเจ้าก็เก็บเจ้ามาจากสนามรบตอนเจ้าอายุสามขวบ หากไม่ใช่เพราะพวกท่าน เจ้าก็คงตายอยู่ในสนามรบแล้ว จะมีชีวิตมาถึงวันนี้ได้อย่างไร?!”
“ฮึ!” ถังซานแค่นเสียงเย็นชา “ข้ายอมตายในสนามรบ ดีกว่าต้องมีชีวิตอยู่ในแผ่นดินของศัตรู! อย่างไรเสียทุกอย่างก็เป็นความผิดของคนแก่คู่นั้นที่ไม่ยอมตาย”
เมื่อได้ยินดังนั้น เสิ่นจงดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าพลันเปลี่ยนไปทันที รีบถามว่า “เจ้าทำอะไรกับบิดามารดาของเจ้า?”
“ฮึ! คำถามนี้ถามได้ดีนัก” ถังซานยิ้มอย่างชั่วร้าย พูดด้วยความมุ่งร้ายว่า “กับศัตรูข้าจะทำอะไรได้? ก็ต้องฆ่าพวกเขาสิ”
“เจ้าไม่รู้หรอก แม้กระทั่งตอนใกล้ตาย พวกเขายังคิดว่าข้าเป็นลูกชายที่ดีของพวกเขาอยู่เลย”
“ฮ่าๆๆ หลังจากที่ข้าฆ่าพวกเขาแล้ว ข้าก็ฆ่าเพื่อนบ้านที่แสร้งทำดีกับข้ามาตั้งแต่เด็กด้วย”
“สุดท้ายข้าก็เอาศพของพวกเขาไปให้หมาป่ากิน ส่วนคนแก